หั่นเหี้ยน! ทรัมป์ จ่อตัดพนง. USAID ทั่วโลก จาก 1 หมื่น เหลือไม่ถึง 300
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 4 รายเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ว่ารัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีแผนที่จะเก็บเจ้าหน้าที่สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ หรือ USAID ไว้เพียง 294 คน จากลดลงจากเจ้าหน้าที่ของ USAID ทั่วโลกกว่า 10,000 คน โดยในจำนวน 294 คนนี้จะเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานในแอฟริกาเพียง 12 คนและเอเชียเพียง 8 คน
นายเจ. ไบรอัน แอตวู้ด อดีตหัวหน้า USAID ให้ความเห็นว่านี่เป็นความคิดที่บ้ามาก เพราะการเลิกจ้างบุคลากรจำนวนมากเท่ากับเป็นการยุบหน่วยงานที่คอยให้ความช่วยเหลือผู้คนหลายสิบล้านคนทั่วโลกไม่ให้เจอกับความตาย ซึ่งนี่จะทำให้ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิต
USAID ซึ่งเป็นหน่วยงานให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหรัฐ กำลังตกเป็นเป้าของโครงการเปลี่ยนแปลงองค์กรของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของนายอีลอน มัสก์ พันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยทั้งทรัมป์และมัสก์อ้างว่าเจ้าหน้าที่ของ USAID เป็นพวกอาชญากร รวมถึงสั่งพักงานเจ้าหน้าที่ของ USAID ทั่วโลก และโครงการให้ความช่วยเหลือทั่วโลกกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกยกเลิก โดยรัฐบาลสหรัฐกำลังกำหนดและพิจารณาว่าจะมีโครงการใดบ้างที่จะได้รับการยกเว้นจากคำสั่งให้หยุดทำงาน
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่ของ USAID บางคนเริ่มได้รับแจ้งการยกเลิกสัญญาจ้างงานแล้วในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่มีความสำคัญบางคนที่คาดว่าจะไม่ถูกพักงานและได้รับอนุญาตให้ทำงานต่อไปจะได้รับแจ้งภายในเวลา 15.00 น. ของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ตามเวลาสหรัฐ
ในขณะเดียวกัน สหพันธ์เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐ (American Federation of Government Employees) และสมาคมหน่วยบริการต่างประเทศอเมริกัน (American Foreign Service Association) ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐ ได้ยื่นฟ้องร้องรัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เพื่อขัดขวางความพยายามที่จะยุบหน่วยงาน USAID โดยบอกว่าการกระทำเหล่านั้นผิดกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ รวมถึงก่อให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมทั่วโลก ซึ่งการกระทำเหล่านั้นยังรวมถึงคำสั่งฝ่ายบริหารที่ทรัมป์ลงนามในวันที่เข้ารับตำแหน่งให้ระงับการให้ความช่วยเหลือต่างชาติทั้งหมด ตามด้วยคำสั่งของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐให้ระงับโครงการ USAID ทั่วโลก และพนักงานหลายคนถูกปลดออกจากตำแหน่งหรือถูกสั่งพักงาน
การยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ระบุว่าทรัมป์ กระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงการคลังเป็นจำเลย เอกสารคำฟ้องระบุว่าจำเลยทั้งหมดไม่ได้ดำเนินการตามอนุญาตของรัฐสภาหรือตามกฎหมายของรัฐบาลกลางในการยุบ USAID และมีรัฐสภาเท่านั้นที่สามารถยุบหน่วยงาน USAID ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

