เกาหลีใต้หั่นคาดการณ์ศก.โต หวั่นผลกระทบจากกำแพงภาษีทรัมป์
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สถาบันพัฒนาเกาหลี (เคดีไอ) ซึ่งเป็นสถาบันวิชาการชั้นนำด้านเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ลงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 4 เดือน จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามจากการตั้งกำแพงภาษีสินค้าของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ
โดยล่าสุดเคดีไอคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ในปี 2568 จะขยายตัว 1.6% ลดลง 0.4% จากที่ประมาณการไว้ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
คิม จียอน นักเศรษฐศาสตร์ประจำเคดีไอ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางการค้าที่ย่ำแย่ลงหลังจากการรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของนายทรัมป์นั้นเป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากนี้เกาหลีใต้ยังกำลังเผชิญกับการไร้เสถียรภาพทางการเมือง อันเป็นผลจากคดีถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ออกจากตำแหน่งหรือไม่จากการประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ซึ่งสั่นคลอนเสถียรภาพของเกาหลีใต้อยู่ในเวลานี้
ด้านจอง คยูชอล หัวหน้าแผนกวิเคราะห์เศรษฐกิจมหาภาพของเคดีไอ กล่าวว่า อุปสงค์ในประเทศยังคงอ่อนแอ เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวและการลดลงของตลาดแรงงาน อีกทั้งการส่งออกยังชะลอตัวลงด้วยในอุตสาหกรรมหลักส่วนใหญ่นอกเหนือจากเซมิคอนดักเตอร์ โดยเคดีไออาจปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ลงอีก หากมาตรการตอบโต้ทางการค้าของทรัมป์เข้มข้นรุนแรงขึ้นอีกหรือความวุ่นวายทางการเมืองของเกาหลีใต้ลากยาวต่อไป
ทั้งนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากต่างประเทศในอัตรา 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งนายจองกล่าวว่า การเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมดังกล่าวของทรัมป์ไม่น่าจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ เนื่องจากเหล็กและอะลูมิเนียมของบริษัทเกาหลีใต้ที่ส่งออกไปนั้นมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐ อย่างไรก็ดีทรัมป์กล่าวด้วยว่าเขากำลังพิจารณาจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ และเวชภัณฑ์ด้วย

