หน้าแรก ต่างประเทศ หวั่นสงครามกา...

หวั่นสงครามการค้าลาม! ทรัมป์สั่งวางแผนขึ้นภาษีต่างชาติเพิ่ม เรียกคืนความยุติธรรม

14.02.25 | 07:51 น.
AP

หวั่นสงครามการค้าลาม! ทรัมป์สั่งวางแผนขึ้นภาษีต่างชาติเพิ่ม เรียกคืนความยุติธรรม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศแผนการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐให้เท่ากับอัตราภาษีที่ประเทศอื่นๆ เรียกเก็บจากการนำเข้าสินค้าสหรัฐ ซึ่งอาจทำให้เกิดสงครามการค้าและการเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจในวงกว้างขึ้นกับทั้งประเทศที่เป็นพันธมิตรและคู่แข่งของสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่าจะเป็นการช่วยขจัดความไม่สมดุลทางการค้า

ทรัมป์ย้ำจุดยืนอีกครั้งในการผลักดันให้เกิดการค้าที่สมดุลโดยเขาได้ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบเพื่อจัดทำแผนขึ้นภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนขึ้นใหม่ ที่แม้ว่าอาจจะเพิ่มรายได้ให้กับสหรัฐจากการเก็บภาษีแต่ก็อาจจุดชนวนสงครามการค้าและเพิ่มปัญหาเงินเฟ้อของสหรัฐ ที่เศรษฐกิจเพิ่งฟื้นตัวขึ้นได้เช่นกัน

ฮาวเวิร์ด ลัทนิก ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของทรัมป์ กล่าวว่าเขาคาดว่าการตรวจสอบน่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 1 เมษายน จากนั้นในวันที่ 2 เมษายนก็ขึ้นอยู่กับทรัมป์ที่จะตัดสินใจว่าจะบังคับใช้ภาษีศุลกากรใหม่ตามคำแนะนำเมื่อใด

ภาษีศุลกากรแบบตอบแทนเป็นหนึ่งในคำมั่นสัญญาหลักในการหาเสียงของทรัมป์ ซึ่งเป็นวิธีการของเขาในการเสมอภาคกับประเทศต่าง ๆ ที่เก็บภาษีสินค้าของสหรัฐ และเพื่อแก้ไขสิ่งที่เขากล่าวว่าเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

Advertisement

ทรัมป์กล่าวว่า พวกเขาเรียกเก็บภาษีหรือศุลกากรจากเราแต่เราก็จะเรียกเก็บในอัตราที่เท่ากัน มันเป็นแผนการที่ยุติธรรมและเป็นการปฏิบัติต่างตอบแทน ขณะนี้ไม่มีใครรู้ว่าตัวเลขโดยรวมคือเท่าไหร่เพราะจะมีการพิจารณาปรับเพิ่มเป็นรายประเทศ โดยรัฐบาลจะเอาอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่แต่ละประเทศจัดเก็บมาคำนวณด้วย เพราะเขามองว่าภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นมีผลกระทบมากกว่าภาษีศุลกากร

คำประกาศของทรัมป์ระบุว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งคล้ายกับภาษีขายและเป็นเรื่องปกติในสหภาพยุโรป เป็นอุปสรรคทางการค้าที่ต้องรวมไว้ในการคำนวณภาษีศุลกากรแบบตอบแทน อัตราภาษีศุลกากรของประเทศอื่นๆ เงินอุดหนุนอุตสาหกรรม กฎระเบียบ และการประเมินค่าเงินที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่รัฐบาลทรัมป์จะใช้ในการประเมินภาษีศุลกากร

ทรัมป์กล่าวว่าอเมริกาต้องการนโยบายการค้าที่เป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สินค้าของสหรัฐน่าดึงดูดใจในตลาดมากขึ้น

“ผมตัดสินใจแล้วว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนเพื่อความยุติธรรม” ทรัมป์กล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ขณะลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร “มันยุติธรรมสำหรับทุกคน ไม่มีประเทศใดที่จะบ่นได้”

เอกสารข้อเท็จจริงของทำเนียบขาวระบุว่า สหรัฐเป็นเศรษฐกิจที่เปิดกว้างที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่คู่ค้าของสหรัฐยังคงปิดตลาดต่อการส่งออกของเรา การขาดการปฏิบัติต่างตอบแทนเช่นนี้ไม่ยุติธรรมและทำให้สหรัฐเกิดการขาดดุลการค้าประจำปีจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง

ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยืนกรานว่าภาษีใหม่นี้จะทำให้ผู้ผลิตในสหรัฐและต่างประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันเท่าเทียมกัน แม้ว่าภายใต้กฎหมายปัจจุบัน ผู้ที่จ่ายภาษีที่อาจถูกปรับขึ้นใหม่นี้น่าเป็นผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจในสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายโดยตรงหรือในรูปแบบของราคาสินค้าที่สูงขึ้นก็ตาม

อย่างไรก็ดีนโยบายภาษีอาจส่งผลเสียต่อทรัมป์ได้อย่างง่ายดาย หากนโยบายของเขาผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นและทำลายการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงถือเป็นการเดิมพันสูงสำหรับทรัมป์

ทรัมป์รับว่า ราคาสินค้าอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในระยะสั้น แต่ราคาก็จะลดลงเช่นกัน ดังนั้นชาวอเมริกันควรเตรียมรับมือกับความเจ็บปวดในระยะสั้น

ทั้งนี้ การขึ้นภาษีจะถูกปรับให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ โดยมีเป้าหมายบางส่วนเพื่อบีบให้เริ่มการเจรจาการค้าใหม่ แต่ประเทศอื่นๆ อาจรู้สึกว่าจำเป็นต้องตอบสนองด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐเช่นกัน ดังนั้น ทรัมป์อาจต้องหาวิธีสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและธุรกิจในการรับมือกับความไม่แน่นอนใดๆ ที่เกิดจากภาษีของเขา

สก็อตต์ ลินซิคอม ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าจาก Cato Institute สถาบันวิจัยแนวเสรีนิยม กล่าวว่า มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ภาษีศุลกากรจะสูงขึ้น และส่งผลให้ผู้บริโภคและผู้ผลิตในอเมริกาต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูงขึ้นด้วย แผนภาษีศุลกากรของทรัมป์สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจผิดในพื้นฐานเกี่ยวกับการทำงานของเศรษฐกิจโลก

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวซึ่งไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า รายได้จากภาษีศุลกากรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะช่วยชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ได้

นักวิจัยของสถาบัน Peterson พบว่าหากทรัมป์เดินหน้าจัดเก็บภาษีศุลกากร 25% สำหรับเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งถูกเลื่อนออกไปจนถึงวันที่ 1 มีนาคม ต้นทุนโดยตรงทั้งหมดของภาษีนำเข้าสินค้าจีน เม็กซิโก และแคนาดาจะเท่ากับการขึ้นภาษีมากกว่า 1,200 ดอลลาร์ต่อปีสำหรับครัวเรือนอเมริกันทั่วไป ภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนน่าจะเพิ่มจำนวนเงินที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นดังกล่าว

กระนั้นก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐดูจะไม่สะทกสะท้านมากนัก ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ โดยนักลงทุนบางส่วนเดิมพันว่าทรัมป์มักจะขู่กรรโชกมากกว่าจะทำจริง ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ประกาศในช่วงบ่าย เนื่องจากนักลงทุนโล่งใจที่ทรัมป์ไม่ได้ขึ้นภาษีตอบโต้ทันที ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 343 จุด หรือ 0.8% ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.5% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 1%