‘โมดี’ ถก ‘ทรัมป์’ ต่อรองกำแพงภาษี หลังมะกันหมายหัวอินเดีย ทำการค้าไม่เป็นธรรม
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดียได้เดินทางเยือนทำเนียบขาวสหรัฐ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และได้พบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ โดยทรัมป์ได้บอกว่าโมดีเป็น “เพื่อนที่ดี” แต่อินเดียจะไม่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรแก่ประเทศคู่ค้าของสหรัฐทั่วโลก
นายกรัฐมนตรีโมดีของอินเดียพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีเพิ่ม และมุ่งปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหรัฐและชาติตะวันตก หลังจากที่โมดีปฏิเสธที่จะประณามรัสเซียจากการทำสงครามรุกรานประเทศยูเครน
ทรัมป์และโมดีได้กล่าวชื่นชมกันและตกลงที่จะกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และเริ่มการร่วมกันผลิตเทคโนโลยี อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และพลังงานนิวเคลียร์ โมดีกล่าวว่าตนชื่นชมและเรียนรู้จากทรัมป์ถึงการที่เขาให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประเทศมาเป็นอันดับ 1 เหมือนกับตนที่เอาผลประโยชน์ของอินเดียมาอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับโมดีว่า ภาษีนำเข้าของอินเดีย “รุนแรงและไม่ยุติธรรม” ดังนั้นไม่ว่าอินเดียจะคิดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐเท่าใด สหรัฐจะคิดภาษีสินค้าอินเดียในปริมาณที่เท่ากัน ทรัมป์ยังได้กล่าวถึงการทำให้แน่ใจว่าสหรัฐจะลดการขาดดุลการค้ากับอินเดีย โดยเสนอว่าอาจใช้การขึ้นภาษีนำเข้าพลังงานของสหรัฐไปยังอินเดีย แต่ให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูความยุติธรรมและการแลกเปลี่ยนในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
ในตอนนี้อินเดียเกินดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกาเป็นมูลค่ามากถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.6 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าสินค้าและบริการของอินเดียและสหรัฐในปี 2023 มีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นมากถึง 190,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.4 ล้านล้านบาท ข้อมูลจากกระทรวงกิจการภายในของอินเดียระบุว่าสหรัฐส่งออกสินค้าไปยังอินเดียเป็นมูลค่าเกือบ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าสินค้าจากอินเดียเป็นเงิน 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ องค์การการค้าโลก (WTO) ระบุว่าอัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยต่อสินค้านำเข้าหนึ่งชิ้นของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ราว 2.2% ขณะที่อินเดียอยู่ที่ 12%
ทรัมป์เปิดเผยอีกว่า นายกรัฐมนตรีโมดีของอินเดียได้ประกาศลดภาษีที่ไม่ยุติธรรมและรุนแรงที่จำกัดสหรัฐไม่ให้เข้าถึงตลาดอินเดีย ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ และสหรัฐจะเพิ่มการขายยุทโธปกรณ์ทางทหารมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ไปยังอินเดีย และอาจทำให้สหรัฐกลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซของอินเดีย รวมถึงกำลังเปิดทางให้มีการส่งมอบเครื่องบินรบล่องหน F-35 ให้แก่อินเดีย
ทั้งทรัมป์และโมดีได้ตกลงที่จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับการค้าเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ระหว่างกัน และหวังว่าการพูดคุยดังกล่าวจะเสร็จสิ้นอย่างเร็วที่สุดภายในปีนี้ ขณะที่โมดีบอกว่าต้องการที่จะเพิ่มการค้ากับสหรัฐขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2030
นอกจากนั้น ทรัมป์ได้ประกาศว่าสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหนึ่งในผู้วางแผนการโจมตีก่อการร้ายในนครมุมไบเมื่อปี 2008 ที่ถูกตัดสินลงโทษในสหรัฐจากการวางแผนโจมตีหนังสือพิมพ์ของประเทศเดนมาร์กเมื่อปี 2011
นอกจากทรัมป์แล้ว ในระหว่างการเยือนครั้งนี้โมดีได้หารือกับนายไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐและนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีพันล้านและหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์
โมดีถือเป็นผู้นำประเทศคนที่ 4 ที่เยือนทำเนียบขาวและพบหารือกับทรัมป์นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ต่อจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะของญี่ปุ่น และสมเด็จพระราชาธิปดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 กษัตริย์แห่งจอร์แดน

