สถานทูตญี่ปุ่นจัดฉลอง วันเฉลิมพระชนมพรรษาจักรพรรดินารูฮิโตะ ขน 72 บูธ ชูเสน่ห์ญี่ปุ่น
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้จัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ แห่งญี่ปุ่น ซึ่งจะทรงมีพระชนมพรรษา 65 พรรษา ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ณ ห้องเพลนารี ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยภายในงานมีแขกเข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน ทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ นักธุรกิจ เอกอัครราชทูตของหลายประเทศ และคนดังชาวญี่ปุ่น อาทิ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ, ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ และมาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ฟุตบอลชายทีมชาติไทย เข้าร่วมงานดังกล่าว
ในเวลา 18.50 น. นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ขึ้นกล่าวเปิดงานบนเวทีว่า เขาเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นที่จะมีพระชนมพรรษา 65 พรรษา ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พร้อมกับแขกทุกคน ซึ่งไทยและญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน และเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ น้ำท่วมใหญ่ในไทยหรือแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น รวมถึงสถานการณ์ระหว่างประเทศที่รุนแรงมากขึ้น แต่ด้วยมิตรภาพที่แน่นแฟ้นและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ

เอกอัครราชทูตมาซาโตะกล่าวเสริมอีกว่า ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดทางด้านเศรษฐกิจของไทยญี่ปุ่นในปัจจุบัน ทำให้มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านใหม่ๆ เช่น อวกาศ เทคโนโลยีดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม พร้อมยังยินดีกับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ในรัฐบาลของนายกฯแพทองธาร ที่ทำให้ “ต้มยำกุ้ง” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เมื่อปี 2567 รวมถึงบอกข่าวการจัดงาน “Osaka-Kansai Expo” ที่จะจัดขึ้นในเดือนเมษายนไปจนถึงเดือนตุลาคม ณ นครโอซาก้า
ท่านทูตกล่าวว่า ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าจากบริษัทต่างๆ กว่า 72 บูธ รวมถึงบูธสุดพิเศษอย่างสาเกแบบดั้งเดิม เพื่อให้ได้เห็นมุมมองและสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายในญี่ปุ่น ที่พิเศษกว่านั้น ในปีนี้มีการจัด “Art & Music Lounge” ให้แขกได้นั่งชมศิลปะ นิทรรศการ และการแสดงดนตรีสด จบจากพิธีเปิดงาน ก็เป็นการบรรเลงดนตรีจากวงดุริยางค์ Tokyo Symphony Orchestra อีกทั้งยังมีการแสดงเต้นระบำพื้นบ้านของเทศกาลอาวะโอโดริ ที่เชิญชวนให้แขกในงานเข้าร่วมทำกิจกรรมระหว่างงานเลี้ยงอีกด้วย

ภายในงานมีบูธต่างๆ ที่มาจัดแสดงสินค้าประจำเมืองเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในญี่ปุ่น รวมถึงบูธอาหารที่ให้แขกในงานได้ชิมความดั้งเดิมของญี่ปุ่น เช่น ซูชิ ปลาดิบ ไก่คาราเกะ เนื้อชั้นเยี่ยม ชาเขียวมัทฉะจากเมืองต่างๆ ในญี่ปุ่น ข้าวสายพันธุ์ยอดฮิตจากจังหวัดนีงาตะ เหล้าซาเก และอีกมากมาย
ทั้งนี้ ยังมีการบริษัทและหน่วยงานอีกมากมาย ที่มาให้ความรู้และจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของตน อาทิ สมาคมการค้าส่งเสริมเครือข่ายปลาคาร์พ-ไทย (ทีเอ็นพีเอ) ได้นำปลาคาร์พ 4 สายพันธุ์ มาจัดแสดงให้ได้ชมความสวยงามของมรดกโลกและสินค้าส่งออกของญี่ปุ่น บริษัท เท็กซ์เคม-แพค ผู้ผลิตและส่งออกพลาสติกที่ผสมกับวัสดุจากธรรมชาติได้นำสินค้ามาจัดแสดง
รวมถึงองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ที่ได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับจรวจรุ่นใหม่ล่าสุดและดาวเทียมที่มีบทบาทช่วยสำรวจวิกฤตน้ำท่วมในประเทศไทย องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น หรือ JICA ที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยมาอย่างยาวนาน บริษัทโตโยต้า นำนวัตกรรมใหม่อย่าง รถโฟล์คลิฟต์พลังงานไฮโดรเจนมาจัดแสดง ส่วนบูธของบิโอเร ได้นำผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายสูตรมาให้ได้ทดลอง และบูธต่างๆ อีกมากมายที่ได้นำเสนอสินค้าและความเป็นองค์กรให้แขกในงานได้รับชมอีกด้วย







