หน้าแรก ต่างประเทศ ร้าวหนัก! ทรั...

ร้าวหนัก! ทรัมป์เรียกเซเลนสกี ‘เผด็จการ’ เตือนเร่งจบศึก หรือเสี่ยงไร้ประเทศ

20.02.25 | 10:58 น.
AP

ร้าวหนัก! ทรัมป์เรียกเซเลนสกี ‘เผด็จการ’ เตือนเร่งจบศึก หรือเสี่ยงไร้ประเทศ

รอยร้าวระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ทรัมป์ออกมาโจมตีเซเลนสกีโดยเรียกเขาว่าเป็นเผด็จการ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงระหว่างผู้นำทั้งคู่

การโจมตีเซเลนสกีของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากที่เซเลนสกีแสดงท่าทีเกี่ยวกับการเจรจาครั้งแรกระหว่างสหรัฐและรัสเซียในซาอุดีอาระเบีย กล่าวหาประธานาธิบดีสหรัฐว่ากำลังอาศัยอยู่ในพื้นที่ของข้อมูลเท็จที่ถูกควบคุมโดยรัสเซีย

ทรัมป์ได้กล่าวในเวทีประชุมเกี่ยวกับการลงทุนที่ฟลอริดาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีฯว่า เซเลนสกีเป็นเผด็จการ เขาใช้ความช่วยเหลือของอเมริกาสำหรับการทำสงครามอย่างไม่ถูกต้อง และใช้ประโยชน์จากรัฐบาลของโจ ไบเดน เพราะสิ่งที่เซเลนสกีเก่งที่สุดคือการเล่นกับไบเดนเหมือนเป็นเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง

จากนั้นทรัมป์ได้โพสต์บน Truth Social ของตนเอง โจมตีเซเลนสกีว่าเป็น “เผด็จการที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เขาปฏิเสธที่จะมีการเลือกตั้ง เขามีคะแนนต่ำในโพลของยูเครนที่แท้จริง คุณจะมีคะแนนสูงได้อย่างไรในเมื่อเมืองทุกเมืองถูกทำลายไปหมด” พร้อมอ้างถึงความพยายามของเขาที่จะได้แร่ธาตุหายากจากยูเครน และกล่าวหาว่ารัฐบาลของเซเลนสกีทำผิดข้อตกลง

Advertisement

ทรัมป์ทั้งยังบอกด้วยว่า เซเลนสกีต้องรีบดำเนินการ ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่มีประเทศเหลืออยู่ เวลานี้ เรากำลังเจรจายุติสงครามกับรัสเซียสำเร็จ ซึ่งทุกคนยอมรับว่ามีเพียงทรัมป์และรัฐบาลทรัมป์เท่านั้นที่ทำได้ ไบเดนไม่เคยพยายาม ยุโรปล้มเหลวในการนำสันติภาพมาให้ และเซเลนสกีอาจต้องการให้แหล่งเงินที่หามาได้ง่ายโดยไม่ต้องลงทุนนี้คงอยู่ต่อไป

การระเบิดอารมณ์ของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากที่เซเลนสกีแสดงความคิดเห็นเมื่อวันอังคารว่าประธานาธิบดีสหรัฐพูดซ้ำเรื่องข้อมูลเท็จของรัสเซีย เมื่อเขาอ้างว่ายูเครนไม่ควรเริ่มสงคราม ซึ่งเริ่มต้นด้วยการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า โพสต์ของทรัมป์เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อความเห็นของเซเลนสกีเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นข้อมูลเท็จ

ด้าน เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เตือนเซเลนสกีว่าไม่ควรโจมตีทรัมป์ ด้วยความคิดที่ว่าเซเลนสกีจะสามารถเปลี่ยนความคิดของประธานาธิบดีได้ด้วยการพูดจาใส่ร้ายเขาในสื่อสาธารณะ “ทุกคนที่รู้จักท่านประธานาธิบดีจะบอกว่านั่นเป็นวิธีจัดการแย่มากกับรัฐบาลชุดนี้”

ความบาดหมางระหว่างผู้นำทั้งสองที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ประเทศในยุโรป หลังจากที่ทรัมป์อ้างว่ายูเครนเป็นต้นเหตุของการรุกรานของรัสเซียในปี 2022 ทำให้พันธมิตรของสหรัฐในยุโรปมีความกังวลมากขึ้นว่าแนวทางของทรัมป์ในการยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ว่ามันอาจเป็นประโยชน์ต่อรัสเซีย

ผู้นำยูเครนกล่าวว่าการที่ทรัมป์บอกว่า คะแนนนิยมของเขาอยู่ที่เพียง 4% นั้นเป็นข่าวปลอมของรัสเซีย และความพยายามใดๆ ก็ตามที่จะแทนที่เขาจะประสบกับความล้มเหลว “เรามีหลักฐานว่าตัวเลขพวกนี้อยู่ในการหารือกันระหว่างอเมริกากับรัสเซีย น่าเสียดายที่ประธานาธิบดีทรัมป์อาศัยอยู่ในพื้นที่ของข่าวปลอมนี้” เซเลนสกีกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ยูเครน ทั้งนี้ ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันสังคมวิทยานานาชาติเคียฟเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ พบว่าชาวยูเครน 57% ให้ความไว้วางใจต่อเซเลนสกี

เซเลนสกีกล่าวกับนักข่าวในกรุงเคียฟว่า “เราเห็นข้อมูลเท็จจำนวนมากและมาจากรัสเซีย ด้วยความเคารพต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะผู้นำ… เขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ของข้อมูลเท็จนี้” พร้อมเสริมว่าเขาเชื่อว่า สหรัฐช่วยให้ปูตินหลุดพ้นจากความโดดเดี่ยวมาหลายปี และโลกต้องเผชิญกับทางเลือกที่จะอยู่กับปูตินหรืออยู่กับสันติภาพ ทั้งยังบอกด้วยว่าเขาจะพบกับคีธ เคลล็อกก์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเครนในวันที่ 20 กุมภาพันธ์

ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีได้ปฏิเสธความพยายามของทรัมป์ในการเข้าถึงแร่ธาตุหายากของยูเครน โดยกล่าวว่าจะไม่มีการนำสิ่งเหล่านี้ไปแลกเปลี่ยนกับการให้การรับประกันความปลอดภัยของยูเครน

หลังจากคำกล่าวหาว่าเซเลนสกีเป็นเผด็จการของทรัมป์ สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของสหประชาชาติ กล่าวว่า เซเลนสกีอยู่ในตำแหน่งหลังจากการเลือกตั้งที่จัดขึ้นอย่างเหมาะสม เมื่อถูกถามว่าใครเริ่มสงคราม ดูจาร์ริกตอบว่ารัสเซียรุกรานยูเครน

ด้านผู้นำยุโรปก็ออกมาโต้ข้อกล่าวหาของทรัมป์อย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวว่า การที่ทรัมป์เรียกเซเลนสกีว่าเป็นเผด็จการ และการปฏิเสธความชอบธรรมของประธานาธิบดีเซเลนสกีเป็นเรื่องสิ่งที่ผิดและอันตรายอย่างยิ่ง

โฆษกของเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายืนยันว่า สตาร์เมอร์ได้แจ้งอย่างชัดเจนว่าให้การสนับสนุนเซเลนสกีระหว่างการหารือกันทางโทรศัพท์ ในฐานะผู้นำของยูเครนที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และเป็นเรื่องสมเหตุสมผลอย่างยิ่งที่จะระงับการเลือกตั้งในระหว่างที่มีสงคราม เช่นเดียวกับที่อังกฤษทำในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2