คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ชำแหละ DOGE คุมลดขนาด-เพิ่มประสิทธิภาพรบ.ทรัมป์
เป็นที่กล่าวขวัญถึงไปในเชิงวิพากษ์วิจารณ์เสียมากกว่าสำหรับ DOGE ที่มีชื่อเต็มว่า Department of Government Efficiency แปลตรงตัวได้ว่า “กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล” ทว่าหน่วยงานนี้ไม่ได้มีสถานะเป็น “กระทรวง” ที่จะต้องผ่านกระบวนการอนุมัติเห็นชอบในสภาคองเกรสแต่ประการใด หากแต่เป็นคณะทำงานที่ปรึกษาของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เซ็นคำสั่งตั้งขึ้นหลังขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อ 20 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิรูปรัฐบาลให้มีขนาดเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้จ่ายของรัฐบาลและลดหนี้สาธารณะของสหรัฐ
คณะทำงานชุดนี้ที่มีบุคลากรในทีมราว 20 คน ส่วนใหญ่เป็นคนวัยหนุ่มสาวที่มีประวัติความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนั้น ทำงานภายใต้การนำของ อีลอน มักส์ มหาเศรษฐีนักลงทุนที่ขณะนี้ดูจะกลายเป็นมือขวาของทรัมป์ไปแล้วจากการได้รับมอบหมายให้ถือธงนำทำภารกิจตัดลดบุคลากรในหน่วยงานรัฐและลดการใช้จ่ายของรัฐบาลลง ส่วนตำแหน่งของมัสก์เองถูกระบุว่าเป็นพนักงานจ้างพิเศษของรัฐบาลที่ไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด โดย DOGE ที่มีสถานะเป็นเพียงคณะทำงานที่มีวาระการทำงานสิ้นสุดลงในวันที่ 4 กรกฎาคมปี 2026
มัสก์กล่าวถึงภารกิจของ DOGE ว่าคือการมุ่งประหยัดการใช้เงินภาษีของประชาชนและลดหนี้สาธารณะของสหรัฐที่มีอยู่ราว 36 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในตอนแรกเขาบอกว่าหวังว่าจะประหยัดรายจ่ายรัฐได้มากถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ต่อมาก็ได้ปรับลดประมาณการนี้ลง
ภารกิจที่ทีม DOGE ลงมือดำเนินการไปแล้วคือการส่งทีมงานเข้าไปสอดส่องการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในกระทรวงต่างๆ ที่ทรัมป์ระบุว่าทีมงาน DOGE พบว่ามีการฉ้อโกงและนำงบประมาณไปใช้ในทางที่ผิดโดยปราศจากการแสดงหลักฐาน การประหยัดภาษีประชาชนไปได้ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนหนึ่งมาจากการยกเลิกสัญญาจ้างในโครงการ DEI ที่ส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาคและการมีส่วนร่วม และการปิดโครงการจำนวนมากของ USAID ซึ่งเป็นองค์กรความช่วยเหลือต่างประเทศของสหรัฐ
อย่างไรก็ดีการทำงานของ DOGE ต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและหน่วยงานสอดส่องรัฐบาลว่าขาดความโปร่งใสและให้ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะนายมัสก์เองที่ถูกหลายฝ่ายกล่าวหาว่าใช้อำนาจเกินขอบเขตทั้งๆ ที่เป็นเพียงพนักงานจ้างของรัฐบาลเท่านั้น อีกทั้งยังมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนจากการที่ธุรกิจของเขาได้รับสัญญาจ้างจากรัฐบาลสหรัฐมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
ก็ต้องรอดูต่อไปว่า DOGE ภายใต้การคุมทีมของมัสก์จะทำผลงานได้เข้าเป้าสมดั่งชื่อหรือไม่

