‘ปูติน’ ไม่ขัด ยุโรปร่วมเจรจาสันติภาพยูเครน ผู้นำอียูตบเท้าเยือนเคียฟ วาระ 3 ปีสงครามยูเครน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ว่ารัสเซียเปิดกว้างให้ยุโรปเข้ามามีส่วนร่วมกับการพูดคุยเพื่อสันติภาพในยูเครนระหว่างรัสเซียและสหรัฐอเมริกา แต่บอกอีกว่ายุโรปปฏิเสธการพูดคุยกับรัสเซียมานานแล้ว
ประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของทางการรัสเซียว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ พิจารณาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนโดยใช้เหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ ขณะที่การพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัสเซียและสหรัฐเกี่ยวกับสงครามยูเครนที่ประเทศซาอุดีอาระเบียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทั้งยูเครนและยุโรปไม่ได้เชิญให้เข้าร่วมก็ทำให้ทั้งยูเครนและยุโรปออกมาวิจารณ์การพูดคุยดังกล่าว
ปูตินบอกว่า เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ยุโรปจะมีส่วนร่วมในการพูดคุยเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ดำเนินมานาน 3 ปี และรัสเซียไม่เคยปฏิเสธการมีส่วนร่วมของยุโรป แต่ยุโรปกลับปฏิเสธที่จะมีการติดต่อกับรัสเซียโดยอ้างว่าต้องการเห็นรัสเซียพ่ายแพ้ในสนามรบ หากยุโรปต้องการกลับมาติดต่อกับรัสเซียนั่นก็ไม่เป็นไรเช่นกัน
นอกจากนั้น ปูตินยังพูดถึงเสียงวิจารณ์การพูดคุยระหว่างรัสเซียและสหรัฐที่ซาอุดีอาระเบียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเป็นการใช้อารมณ์และไม่มีตรรกะใดๆ เพราะการแก้ไขปัญหาที่ยากและซับซ้อน รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับยูเครน ทั้งรัสเซียและสหรัฐจะต้องมีการดำเนินการขั้นแรก โดยขั้นแรกนั้นจะต้องเป็นการเพิ่มระดับความไว้วางใจกันระหว่างประเทศของเรา นั่นก็คือสิ่งที่ทั้งสองประเทศได้ทำในการประชุมที่ซาอุดีอาระเบีย
ผู้นำรัสเซียยังเห็นด้วยกับแนวคิดให้รัสเซียและสหรัฐพูดคุยถึงการลดงบประมาณด้านการทหารลงมากสุดถึง 50% โดยบอกว่าเราอาจมีข้อตกลงนี้กับสหรัฐ และรัสเซียไม่คัดค้านในเรื่องนี้ เพราะดูเหมือนเป็นแนวคิดที่ดีสำหรับตนและจีนอาจเข้ามาสู่ข้อตกลงนี้กับเราเช่นกันในภายหลังหากจีนต้องการ
ปูตินพูดถึงประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐว่า สามารถทำงานได้อย่างมีเหตุผลและอิสระจากคำมั่นสัญญาจากผู้นำชาติยุโรปที่มอบให้กับยูเครน “ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่มีอิสระจากโซ่ตรวนที่จำกัดไม่ให้คุณเดินต่อไปข้างหน้า เขาดำเนินงานอย่างตรงไปตรงมาปราศจากข้อจำกัดใดเป็นพิเศษ เขาอยู่ในจุดที่ค่อนข้างพิเศษ คือเขาไม่ได้พูดในสิ่งที่เขาคิด แต่พูดในสิ่งที่เขาต้องการ และนั่นคือข้อดีของการเป็นหนึ่งในผู้นำชาติมหาอำนาจ” ปูตินกล่าว

นอกจากนั้น ในวันเดียวกันผู้นำชาติยุโรปและประเทศอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรกับยูเครนได้เดินทางเยือนกรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปีของการที่รัสเซียเข้ารุกรานยูเครนในปี 2022 โดยมีผู้เข้าร่วม อาทิ นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป นายอันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป และผู้นำประเทศแคนาดา เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ ลัตเวีย ลิทัวเนีย ฟินแลนด์ นอร์เวย์ สเปน และสวีเดน แต่สหรัฐไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมในงานดังกล่าวแต่อย่างใด
ผู้นำชาติยุโรปได้กล่าวเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ในยุโรปยกระดับความช่วยเหลือให้แก่ยูเครน ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวว่า ปูตินจะไม่มอบสันติภาพเพื่อเป็นของขวัญให้กับเรา หรือเขาจะไม่ให้อะไรกับเราเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนทั้งนั้น เราต้องได้มาซึ่งสันติภาพด้วยความเข้มแข็ง สติปัญญา และความสามัคคีด้วยความร่วมมือของเรา

