‘มาครง’ เยือนทำเนียบขาว จับเข่าคุย ‘ทรัมป์’ ถกปมสงครามยูเครน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศสได้เดินทางเยือนทำเนียบขาวสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยการพบกันของผู้นำทั้งสองเป็นไปอย่างชื่นมื่น แต่ทั้งคู่มีจุดยืนที่ต่างกันในเรื่องสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ดำเนินมาครบรอบ 3 ปี
ทรัมป์ปฏิเสธที่จะพูดถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียว่าเป็นเผด็จการ หลังจากที่เรียกประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนว่าเป็นเผด็จการไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาครงบอกว่ารัสเซียเป็นผู้รุกรานอย่างชัดเจนในความขัดแย้งนี้และปูตินละเมิดสันติภาพ ขัดกับคำพูดของทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่บอกว่ายูเครนเป็นฝ่ายเริ่มสงครามนี้ก่อน
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐได้แสดงความต้องการให้มีการหยุดยิงโดยเร็วที่สุดและเขาพยายามที่จะให้มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างยูเครน-รัสเซีย อีกทั้งทรัมป์ยังบอกอีกว่าเขาอาจเดินทางเยือนกรุงมอสโกเพื่อพบกับปูตินหากมีการหยุดยิงเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม มาครงเรียกร้องให้มีแนวทางอย่างรอบคอบมากขึ้น เริ่มจากการหยุดยิงแล้วค่อยมีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่รวมถึงการให้คำมั่นด้านความมั่นคงแก่ยูเครน โดยบอกว่าเราต้องการสันติภาพโดยเร็ว แต่เราไม่ต้องการข้อตกลงที่อ่อนแอเกินไป และข้อตกลงสันติภาพใดๆ จะต้องได้รับการประเมิน ตรวจสอบ และยืนยัน และสันติภาพนี้จะต้องไม่หมายถึงความพ่ายแพ้ของยูเครนแต่ต้องหมายถึงอำนาจอธิปไตยของยูเครน
มาครงได้ตัดขาดการพูดคุยโดยตรงกับปูตินไปนับตั้งแต่ปี 2022 แต่มาครงบอกว่าตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว และหวังว่าการพูดคุยของทรัมป์กับปูตินอาจนำไปสู่ผลดีได้ “ตอนนี้มีโอกาสใหม่ครั้งใหญ่เพราะมีรัฐบาลสหรัฐชุดใหม่ ดังนั้นจะมีเหตุผลที่ดีที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะติดต่อพูดคุยกับประธานาธิบดีปูตินอีกครั้ง”
ทั้งมาครงและทรัมป์ยังเห็นด้วยกับการส่งกองกำลังรักษาสันติภาพของยุโรปเข้าไปในยูเครนหลังมีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ มาครงให้รายละเอียดว่ากองกำลังรักษาสันติภาพนี้จะไม่ถูกส่งไปที่แนวหน้าการสู้รบและไม่มีส่วนในความขัดแย้งใดๆ แต่จะถูกส่งเข้าไปในยูเครนเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีการรักษาสันติภาพ ทรัมป์บอกว่าเขาเห็นด้วยกับแนวคิดนี้เช่นเดียวกับประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย
มาครงถือเป็นผู้นำชาติยุโรปคนแรกที่เดินทางไปพบทรัมป์ที่สหรัฐ หลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว โดยมาครงพยายามที่จะใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งคู่นับตั้งแต่เมื่อตอนที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐในสมัยแรก และพยายามแสดงให้เห็นถึงการรับมือกับทรัมป์ที่คาดเดาไม่ได้โดยที่ไม่ต้องแตกหักกับทรัมป์ นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของอังกฤษมีกำหนดที่จะเยือนทำเนียบขาวสหรัฐเพื่อพบกับทรัมป์เช่นกันในสัปดาห์นี้
ทรัมป์เปิดเผยว่า สหรัฐใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับยูเครนที่จะให้สหรัฐสามารถเข้าถึงแร่ที่สำคัญของยูเครนได้ เพื่อเป็นการชดใช้ให้กับความช่วยเหลือต่างๆ ที่สหรัฐมอบให้กับยูเครน โดยทรัมป์คาดว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนจะเดินทางมาสหรัฐเพื่อลงนามข้อตกลงดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า ขณะที่ทางประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียได้เสนอให้สหรัฐเข้ามาร่วมสำรวจแร่แรร์เอิร์ธของรัสเซียซึ่งอาจขยายไปยังการสำรวจแร่แรร์เอิร์ธในทางตะวันออกของยูเครนที่รัสเซียยึดครองดินแดนอยู่ รวมถึงการจัดหาอลูมิเนียมให้กับตลาดภายในประเทศของสหรัฐ ภายใต้ข้อตกลงทางเศรษฐกิจในอนาคต

