หน้าแรก ต่างประเทศ ‘โรเบอร์ตา แฟ...

‘โรเบอร์ตา แฟล็ก’ นักร้องเพลง Killing Me Softly with His Song เสียชีวิตแล้วในวัย 88 ปี

25.02.25 | 15:00 น.
FILE PHOTO AP

‘โรเบอร์ตา แฟล็ก’ นักร้องเพลง Killing Me Softly with His Song เสียชีวิตแล้วในวัย 88 ปี

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โรเบอร์ตา แฟล็ก นักร้องหญิงที่มีเสียงอันนุ่มนวลและผู้คว้ารางวัลแกรมมี่ เจ้าของบทเพลง “The First Time Ever I Saw Your Face” และ “Killing Me Softly With His Song” ที่ติดอันดับชาร์ทเพลงในยุค 70’ ได้เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทีมงานของแฟล็กได้ออกมาแถลงข่าว โดยไม่ระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่า “พวกเราใจสลายอย่างมากที่โรเบอร์ตา แฟล็กเสียชีวิตเมื่อเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เธอจากไปอย่างสงบโดยมีครอบครัวอยู่เคียงข้าง ถึงอย่างนั้นโรเบอร์ตาก็ได้ทะลายขอบเขตและสถิติต่างๆ และยังเป็นผู้สอนแนวทางที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก”

เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 แฟล็กได้เปิดเผยว่าเธอถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amyotrophic lateral sclerosis: ALS) หรือเรียกอีกอย่างว่า โรคลูแกร์ริก (Lou Gehrig’s disease) ทำให้เธอไม่สามารถร้องเพลงต่อไปได้ ซึ่งโรคดังกล่าวจะมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลกระทบต่อเซลล์ประสาทจนทำให้เกิดอัมพาตและเสียชีวิตในที่สุด

แฟล็กเคยเป็นนักเปียโนคลาสสิกที่ได้แหกกฎแนวดนตรี โดยเธอได้ผสมผสานแนวเพลงแจ๊ส โซล ป๊อป และอาร์แอนด์บีเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสไตล์ที่โดดเด่น จนกลายมาเป็นหนึ่งในศิลปินผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของอเมริกา

Advertisement

นอกจากนี้ เธอยังเป็นศิลปินผู้คว้ารางวัลแกรมมีจำนวน 4 รางวัล รวมถึงรางวัล Lifetime Achievement Award ในปี 2020 และยังเป็นคนแรกที่คว้ารางวัลแผ่นเสียงแห่งปี (Record of the Year) ถึง 2 รางวัลติดต่อกัน จากบทเพลง “First Time I Ever Saw Your Face” ในปี 1973 และ “Killing Me Softly with His Song” ในปี 1974

ในช่วงยุค 70 นั้น บทเพลงของแฟล็กติดชาร์จเพลงยอดฮิตอยู่หลายครั้ง โดยมีอัลบั้มเพลงในห้องอัดเสียงกว่า 20 อัลบั้ม และถึงแม้ว่าเธอจะได้ประพันธ์เพลงของเธอร่วมกับคนอื่นอยู่บ้าง แต่เธอก็ตั้งตนเองว่าเป็น นักตีความบทเพลง

ด้านหนังสือพิมพ์การ์เดียนได้ระบุเมื่อปี 2020 ว่า “ตอนที่แฟล็กร้องเพลงนั้น เธอสัมผัสถึงแต่ละจังหวะ โดยพิจารณาและทำให้มันหนักแน่นขึ้น ซึ่งมันทำให้เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของเนื้อเพลงได้ดียิ่งขึ้น”