ทรัมป์ยันขึ้นภาษี ‘แคนาดา-เม็กซิโก’ มี.ค. จับตาเก็บภาษีต่างตอบแทนชาติอื่น เม.ย.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า การขึ้นภาษีกับสินค้านำเข้ามายังสหรัฐจากแคนาดาและเม็กซิโกจะมีผลบังคับใช้ในต้นเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งจะเป็นการยุติการระงับการขึ้นภาษีก่อนหน้านี้ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและทำให้เงินเฟ้อของสหรัฐพุ่งสูงขึ้น
ทรัมป์กล่าวขณะแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ที่ทำเนียบขาวว่า “เราดำเนินการเรื่องภาษีตรงเวลา และดูเหมือนว่าทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก”
ด้าน คลอเดีย เชนบอม ประธานาธิบดีเม็กซิโก แสดงความมั่นใจว่ารัฐบาลเม็กซิโกจะบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐก่อนเส้นตายที่ทรัมป์กำหนดไว้ โดยเธอระบุว่าน่าจะบรรลุข้อตกลงสำคัญในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์นี้
“เรามีการสื่อสารกันในประเด็นทั้งหมด และสิ่งที่เราต้องการคือการทำให้ข้อตกลงนี้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเธอเชื่อว่าอยู่ในสถานะที่จะทำได้” เชนบอมกล่าว
เชนบอมกล่าวด้วยว่า หากจำเป็น เธอจะพยายามพูดคุยกับทรัมป์โดยตรงอีกครั้ง ในระหว่างการหารือระดับสูงระหว่างทั้งสองรัฐบาล พร้อมยืนกรานว่าสหรัฐควรพิจารณาการจำหน่ายและการบริโภคยาในประเทศของตนเองอย่างจริงจังด้วย แทนที่จะชี้ให้เห็นเฉพาะการผลิตในเม็กซิโกเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเน้นย้ำด้วยว่า การเก็บภาษีต่างตอบแทนในวงกว้างที่เขาตั้งใจจะเรียกเก็บเพิ่มเติมกับประเทศอื่นๆ นั้นจะเริ่มดำเนินการตามกำหนดในเดือนเมษายน โดยทรัมป์กล่าวว่า “ภาษีจะเดินหน้าต่อไปตามเวลาและตามกำหนด”
ทรัมป์อ้างว่าประเทศอื่นๆ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐอย่างไม่เป็นธรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตในประเทศและการจ้างงาน การขู่เรื่องภาษีนำเข้าอย่างต่อเนื่องของเขาได้สร้างความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวและเงินเฟ้อพุ่งสูงในหมู่ผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภค
ก่อนหน้านี้ทรัมป์ประกาศว่าเขาจะเรียกเก็บภาษีใหม่กับประเทศอื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราภาษีที่ประเทศต่างๆ เรียกเก็บ โดยจะเริ่มในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะมีการนำเอาเงินอุดหนุน อุปสรรคด้านกฎระเบียบ และภาษีมูลค่าเพิ่มมาคำนวณประกอบการตัดสินใจ
ความเป็นไปได้ของการใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีของทรัมป์ต่อแคนาดา เม็กซิโก และยุโรป อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการค้าขยายวงซึ่งอาจทำลายการเติบโตทางเศรษฐกิจ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์มหาวิทยาลัยเยลประเมินว่า ภาษีที่แคนาดาและเม็กซิโกจะเก็บอาจทำให้รายได้เฉลี่ยของชาวอเมริกันลดลงราว 1,170-1,245 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
อย่างไรก็ดี ทรัมป์อ้างว่าภาษีนำเข้าจะสร้างรายได้ให้กับสหรัฐ ลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลาง และจะทำให้เกิดการจ้างงานใหม่สำหรับคนงานในที่สุด โดยเขากล่าวว่า ประเทศของเราจะกลับมามีสภาพคล่องและร่ำรวยอีกครั้ง

