ทรัมป์เปิดตัว ‘บัตรทอง’ ราคากว่า 168 ล้าน แทนวีซ่านักลงทุน สถานะเท่ากรีนการ์ด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ว่า เขาเตรียมที่จะเสนอวีซ่าใหม่ที่เรียกว่า “บัตรทอง” ที่มาพร้อมกับช่องทางในการขอสัญชาติสหรัฐที่มีราคา 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 168 ล้านบาท เพื่อใช้แทนวีซ่า EB-5 สำหรับนักลงทุนที่สหรัฐใช้มานานกว่า 35 ปี
“พวกเขาจะร่ำร่วยและประสบความสำเร็จ พวกเขาจะจ่ายเงินจำนวนมาก เสียภาษีจำนวนมาก และจ้างงานคนจำนวนมาก เราคิดว่ามันจะประสบความสำเร็จอย่างมากด้วย” ทรัมป์กล่าว
นายโฮเวร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ กล่วว่า “บัตรทองของทรัมป์” จะเข้ามาแทนที่วีซ่า EB-5 ในอีกสองสัปดาห์หลังจากนี้ หลังจากที่รัฐสภาได้สร้างวีซ่า EB-5 ขึ้นมาในปี 1990 เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเปิดให้บุคคลทั่วไปที่ใช้จ่ายเงินราว 1 ล้านดอลลาร์กับบริษัทที่มีพนักงานอย่างน้อย 10 คนสามารถยื่นขอวีซ่าดังกล่าวได้
ลุตนิกกล่าวว่า บัตรทอง ซึ่ทจริงๆ แล้วก็คือกรีนการ์ดที่ให้สถานะผู้มีถิ่นพำนักถาวรตามกฎหมาย จะเพิ่มค่าใช้จ่ายสำหรับนักลงทุน ขจัดการฉ้อโกงและเรื่องไร้สาระ ทั้งยังมีลักษณะที่เหมือนโปรแกรม EB-5 เช่นเดียวกับกรีนการ์ดคือโกลด์การ์ดจะยังรวมถึงการมีเส้นทางสู่การเป็นพลเมืองสหรัฐด้วย
ตามข้อมูลของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐชี้ว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีผู้คนราว 8,000 คนที่ได้วีซ่านักลงทุนของสหรัฐ แต่รายงานของหลายหน่วยงานชี้ว่า วีซ่า EB-5 มีความเสี่ยงต่อการฉ้อโกง ซึ่งรวมถึงการยืนยันว่าเงินทุนได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
Henley & Partners บริษัทที่ปรึกษาระบุว่า การให้วีซ่าสำหรับนักลงทุนถือเป็นเรื่องปกติ โดยมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกที่เสนอ “วีซ่าทองคำ” ให้กับบุคคลที่ร่ำรวย รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สเปน กรีซ มอลตา ออสเตรเลีย แคนาดา และอิตาลี
ทรัมป์ไม่ได้พูดถึงข้อกำหนดในการสร้างงาน และแม้ว่าปกติจะมีการจำกัดจำนวนวีซ่า EB-5 แต่ทรัมป์คาดว่ารัฐบาลกลางสามารถขาย “บัตรทองคำ” ได้ 10 ล้านใบเพื่อลดการขาดดุล
ทรัมป์กล่าวว่า “อาจจะดีมาก หรืออาจจะยอดเยี่ยมมาก มันคล้ายกับกรีนการ์ด แต่มีความซับซ้อนมากกว่า มันคือหนทางสู่การเป็นพลเมืองสำหรับผู้คน และโดยพื้นฐานแล้วก็คือผู้คนที่มีฐานะร่ำรวย หรือผู้มีความสามารถมากมาย ซึ่งคนที่มีฐานะร่ำรวยจ่ายเงินเพื่อให้ผู้คนที่มีความสามารถเหล่านั้นได้เข้ามาในประเทศ ซึ่งหมายความว่าบริษัทจะจ่ายเงินเพื่อให้ผู้คนเหล่านั้นได้เข้ามาในสหรฐ และทำให้ประเทศมีสถานะที่มั่นคงในระยะยาว
ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า แม้ว่าปกติแล้วรัฐสภาจะเป็นผู้กำหนดคุณสมบัติสำหรับการเป็นพลเมือง แต่ผู้ที่ได้รับบัตรทองไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา

