เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เท็ด ครูซ และ มาร์โค รูบิโอ สองผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พากันรุมจวก โดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งแถวหน้าของพรรคในศึกดีเบตนัดสุดท้ายเมื่อคืนวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ก่อนหน้าการเลือกตั้งไพรมารีนัดสำคัญของพรรครีพับลิกันที่จะมีขึ้นพร้อมกัน 11 รัฐที่เรียกว่า “ซุปเปอร์ทิวส์เดย์” ในสัปดาห์หน้า โดยหวังจะดึงแรงสนับสนุนกลับมา หลังจากทรัมป์คว้าชัยในการเลือกตั้งขั้นต้นภายในพรรครีพับลิกันไปก่อนหน้านี้ถึง 3 รัฐแล้ว

ประเด็นโจมตีทรัมป์ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่เรื่องผู้อพยพ การประกันสุขภาพ และความพยายามเข้าถึงกลุ่มผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเชื้อสายละตินที่ครอบงำการดีเบตนัดนี้ อย่างไรก็ตาม ดีเบตนัดนี้คล้ายกับที่ผ่านๆ มาที่ใช้เวลาไปกับการตะโกนแดกดันกัน ในส่วนของรูบิโอโจมตีจุดยืนด้านผู้อพยพของทรัมป์ว่า ทรัมป์เคยสนับสนุนกลุ่มผู้อพยพให้ได้สิทธิพลเมืองก่อนจะกลับลำในภายหลัง โดยชี้ว่าทรัมป์ได้จ้างแรงงานจากประเทศอื่นเข้ามาทำงานในตำแหน่งที่ชาวอเมริกันทำได้ในโครงการของทรัมป์ ทั้งยังอ้างบทความหลายชิ้นเกี่ยวกับการที่สหภาพแรงงานฟ้องร้องทรัมป์ในปี 1980 กรณีทรัมป์จ้างแรงงานผิดกฎหมายจากโปแลนด์ราว 200 คน เพื่อสร้างตึกทรัมป์ทาวเวอร์ในนครนิวยอร์ก

ขณะที่ครูซโจมตีทรัมป์ว่าบริจาคเงินสนับสนุนให้พรรคเดโมแครต รวมถึงอดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ และรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ทำให้น่าห่วงว่าทรัมป์จะให้บุคคลที่จะมาแทนที่ผู้พิพากษาอันโตนิน สกาเลีย ตุลาการศาลสูงสุดสายอนุรักษนิยม ที่เพิ่งเสียชีวิตไปด้วยบุคคลที่มีแนวทางเดียวกันหรือไม่ โดยครูซชี้ว่าการบริจาคเงินให้พรรคเดโมแครตของทรัมป์พิสูจน์ให้เห็นว่าทรัมป์อาจไม่ได้คำนึงถึงหลักการของธรรมนูญศาลแต่อย่างใด
ด้านทรัมป์โต้กลับรูบิโออย่างดุเดือดว่า ตนจ้างงานคนจำนวนหลายหมื่น แต่รูบิโอไม่ได้จ้างใครเลยสักคน และโต้กลับครูซว่าครูซยังไม่สามารถทำให้แม้แต่เพื่อนร่วมงานให้การสนับสนุนตนเองได้แม้แต่คนเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอาย
ส่วนเบน คาร์สัน ผู้สมัครอีกรายปรามคู่แข่งแต่ละคนว่าอย่าพยายามทำลายกัน และว่า สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือมองหาทางแก้ปัญหาที่มีอยู่ ที่ไม่ใช่เกี่ยวกับตัวเอง แต่เป็นชาวอเมริกัน

