หน้าแรก ต่างประเทศ ‘สตาร์เมอร์’ ...

‘สตาร์เมอร์’ ถก ‘ทรัมป์’ ปมดีลยูเครน-การค้าฉบับใหม่ ลั่นพร้อมหนุนเพื่อสันติภาพ  

28.02.25 | 10:06 น.
AP

‘สตาร์เมอร์’ ถก ‘ทรัมป์’ ปมดีลยูเครน-การค้าฉบับใหม่ ลั่นพร้อมหนุนเพื่อสันติภาพ  

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เปิดเผยผลการหารือระหว่างตนและนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ว่า ข้อตกลงสันติภาพนั้นจะต้องเข้มแข็งและและมีความยุติธรรม โดยสหราชอาณาจักรพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทางภาคพื้นดินและภาคพื้นอากาศสำหรับการนี้

ระหว่างการแถลงการณ์ของผู้นำของทั้งสองประเทศ สตาร์เมอร์กล่าวว่า “พวกเราได้หารือกันในเรื่องแผนการสันติภาพที่จะมีความเข้มแข็งและยุติธรรม ซึ่งยูเครนจะมีส่วนร่วมและต้องหนุนนำด้วยความเข็งแกร่งเพื่อให้ปูตินไม่สามารถโจมตีได้อีกครั้ง”

สตาร์เมอร์กล่าวด้วยว่า “ผมขอย้ำว่าสหราชอาณาจักรจะให้การสนับสนุนทางภาคพื้นดินและอากาศเพื่อสนับสนุนข้อตกลงนี้ ไปพร้อมกับร่วมมือกับประเทศพันธมิตร เพราะนั้นเป็นหนทางเดียวที่สันติภาพจะมีความมั่นคง” ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่า การพูดคุยเพื่อยุติสงครามยูเครนนั้นคืบหน้าไปมาก

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเพิ่มเติมว่า ทรัมป์กล่าวระหว่างการหารือว่า สหรัฐจะพิจารณาว่ายูเครนสามารถทวงคืนดินแดนบางส่วนที่รัสเซียยึดไปได้ระหว่างสงคราม โดยเฉพาะในส่วนแนวชายฝั่งทะเลได้หรือไม่

Advertisement

ต่อคำถามว่าในการหารือครั้งนี้ผู้นำของทั้งสองประเทศมีการพูดคุยกันเรื่องความต้องการที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะยึดแคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐหรือไม่ สตาร์เมอร์ตอบว่า “ผมคิดว่าพวกคุณกำลังพยายามที่จะสร้างความขัดแย้งให้กับสองประเทศ ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้น สหรัฐและสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีความใกล้ชิดกันมากที่สุด การหารือในวันนี้เป็นไปได้อย่างราบรื่น และไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องแคนาดา”

ผู้นำของทั้งสองประเทศยังได้พูดคุยกันเรื่องสถานการณ์ที่กาซา โดยสตาร์เมอร์เน้นย้ำว่าตนสนับสนุนแนวทางสองรัฐเพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ และสำหรับคำถามว่า ข้อเสนอของทรัมป์ที่จะยึดกาซาและโยกย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่นั้นสอดคล้องกับแนวทางสองรัฐในมุมมองของสหราชอาณาจักรหรือไม่ สตาร์เมอร์ตอบว่า “พวกเราจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าข้อตกลงหยุดยิงนั้นยังคงมีผลบังคับใช้ เพื่อให้ตัวประกันกลับบ้าน ไปจนถึงเข้าให้ความช่วยเหลือในพื้นที่”

อีกทั้ง สตาร์เมอร์ระบุว่า สหรัฐและสหราชอาณาจักรจะเจรจากันในเรื่องข้อตกลงทางเศรษฐกิจฉบับใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีระดับสูง โดยทั้งสองประเทศมีมูลค่าการลงทุนระหว่างกันถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย