หน้าแรก ต่างประเทศ อดีตรมว.กห.สห...

อดีตรมว.กห.สหรัฐประณามคำสั่ง ‘ทรัมป์’ ปลดจนท.อาวุโสกองทัพอื้อ ชี้นำกองทัพเอี่ยวการเมือง

28.02.25 | 11:52 น.
พลอากาศเอก ชาร์ลส์ คิว. บราวน์ จูเนียร์ อดีตประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐที่เพิ่งถูกประธานาธิบดีโดนัลดฺ์ ทรัมป์มีคำสั่งปลดพ้นจากตำแหน่ง (แฟ้มภาพเอพี)

อดีตรมว.กห.สหรัฐประณามคำสั่ง ‘ทรัมป์’ ปลดจนท.อาวุโสกองทัพอื้อ ชี้นำกองทัพเอี่ยวการเมือง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ 5 คนได้เขียนจดหมายเปิดผนึกประณามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐที่สั่งปลดพลอากาศเอก ชาร์ลส์ คิว. บราวน์ จูเนียร์ พ้นจากตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ โดยบอกว่าคำสั่งปลดดังกล่าวมีขึ้นโดย “ไร้การไตร่ตรอง” และได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสระงับการอนุมัติการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในกระทรวงกลาโหมที่จะเข้ารับตำแหน่งแทน

จดหมายดังกล่าวได้รับการลงนามโดย วิลเลียม เพอร์รี อดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน, ลีออน พาเนตตา และ ชัค เฮเกล อดีตรัฐมนตรีกลาโหมในสมัยของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา, ลอยด์ ออสติน อดีตรัฐมนตรีกลาโหมในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งทั้ง 4 คนดำรงตำแหน่งในสมัยรัฐบาลของพรรคเดโมแครต แต่มีเจมส์ แมททิส อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในสมัยแรกร่วมลงนามในจดหมายด้วย

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ปลดพลอากาศเอก ชาร์ลส์ คิว. บราวน์ จูเนียร์ พ้นจากตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม โดยเขาเป็นคณะเสนาธิการทหารร่วมเพียงคนที่ 2 ที่เป็นคนผิวสี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ แต่รัฐบาลสหรัฐยังไม่ได้ออกมาให้รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับสาเหตุการปลดในครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงพลเรือเอกลิซา ฟรานเชตติ พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพเรือหญิงคนแรกของสหรัฐ

จดหมายเปิดผนึกฉบับดังกล่าวกล่าวหาประธานาธิบดีทรัมป์ว่าพยายามที่จะนำกองทัพสหรัฐ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองแบบพวกพ้องและใช้การปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งในกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อกำจัดอุปสรรคทางกฎหมายในอำนาจของประธานาธิบดี

Advertisement

จดหมายเปิดผนึกยังบอกอีกว่า คำสั่งปลดเจ้าหน้าที่ของทรัมป์ยิ่งก่อให้เกิดคำถามที่น่ากังวลเกี่ยวกับความต้องการของรัฐบาลที่จะนำกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง เราเหมือนกับทหารและชาวอเมริกันหลายคน ถูกทิ้งให้ได้รับข้อสรุปว่าผู้นำเหล่านี้ถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลของการยึดพวกพ้องเพียงอย่างเดียว

ด้านนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐคนปัจจุบัน มีจุดยืนคัดค้านแนวคิดของความหลากหลายในกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่เขาบอกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ เขาเคยตั้งคำถามก่อนหน้าที่จะเข้าดำรงตำแหน่งว่าพลอากาศเอกบราวน์ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการร่วมเพราะเป็นคนผิวสี นายเฮกเซธตอบคำถามเกี่ยวกับการปลดพลอากาศเอกบราวน์ว่า บราวน์เป็นคนที่มีเกียรติแต่ไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับตอนนี้และทรัมป์มีสิทธิที่จะเลือกคณะทำงานของตัวเอง

นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทรัมป์ได้ปลดและพักงานข้าราชการหลายร้อยคนรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่หน่วยงานต่างๆ ในขั้นแรกของการลดขนาดหน่วยงานรัฐบาลและแต่งตั้งคนที่เป็นพันธมิตรกับทรัมป์เข้าไปทำงาน จดหมายเปิดผนึกยังเตือนด้วยว่า การกระทำต่างๆ ในกระทรวงกลาโหมสหรัฐอาจทำให้ชาวอเมริกันไม่อยากเป็นทหารและตั้งคำถามว่าอาชีพของพวกเขาอาจถูกตัดสินจากสายตาของการเมืองที่มีการแบ่งพวกพ้อง จดหมายฉบับนี้จึงเรียกร้องให้สภาคองเกรสของสหรัฐเอาผิดกับทรัมป์จากการกระทำที่ไร้การไตร่ตรองเหล่านี้และใช้ความรับผิดชอบในการกำกับดูแลรัฐธรรมนูญของประเทศ จดหมายเปิดผนึกยังขอให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีการประชุมเพื่อประเมินผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติจากการปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทรัมป์