หน้าแรก ต่างประเทศ เปิดบทสนทนา ป...

เปิดบทสนทนา ปะทะคารมเดือด ก่อนผู้นำยูเครน ถูกเชิญออกทำเนียบขาว เซเลนสกี ลั่น “ไม่เป็นผลดีทั้งสองฝ่าย”

1.03.25 | 11:31 น.

เปิดบทสนทนา ปะทะคารมเดือด ก่อนผู้นำยูเครน ถูกเชิญออกทำเนียบขาว เซเลนสกี ลั่น “ไม่เป็นผลดีทั้งสองฝ่าย”

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การพบปะพูดคุยเพื่อมุ่งลงนามในข้อตกลงแรร์เอิร์ธ หรือแร่หายากในประเทศยูเครน ระหว่างผู้นำยูเครนกับผู้นำสหรัฐอเมริกาล่มลงไม่เป็นท่า โดยได้มีการเลื่อนการลงนามออกไป หลังเกิดการโต้เถียงกันสุดเผ็ดร้อนระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ต่อหน้าสื่อมวลชน ขณะนั่งลงหารือถึงแผนการในข้อตกลงดังกล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ ภายในทำเนียบขาวของสหรัฐ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

โดยมีนายดีเจ แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ร่วมวงหารือด้วย ซึ่งในช่วงเวลาที่พูดคุยกันนานเกือบ 45 นาที บรรยากาศได้ทวีความตึงเครียดขึ้นใน 10 นาทีสุดท้ายหลังจากมีการพูดแทรกโต้แย้งกัน ก่อนที่เซเลนสกีจะถูกที่ปรึกษาระดับสูงของทรัมป์เชิญตัวออกจากทำเนียบขาวไปไม่นาน หลังจากทรัมป์ตะโกนใส่หน้าเขา

ข่าวระบุว่า ในขณะที่ทั้งสามคนนั่งลงพูดคุยกัน ซึ่งเป้าหมายหลักของเซเลนสกีคือการกดดันไม่ให้สหรัฐทอดทิ้งยูเครน และเตือนว่าผู้นำสหรัฐกำลังใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งของยูเครนมากเกินไป แต่ทันใดนั้น เซเลนสกีได้ทำให้ทรัมป์และแวนซ์โกรธเมื่อเขากล่าวแสดงความไม่เชื่อว่าข้อตกลงที่วางแผนไว้ดังกล่าวจะสามารถยับยั้งการรุกรานของรัสเซียได้ โดยเซเลนสกีกล่าวว่า ประธานาธิบดีปูตินจะไม่หยุดและเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ทั้งยังกล่าวว่าผู้นำรัสเซียเกลียดชาวยูเครนและต้องการทำลายประเทศของเรา ขณะที่ “เราสามารถทำได้ แต่ก็ยังไม่พอ” เมื่อเซเลนสกีกล่าวถึงข้อตกลงแรร์เอิร์ธ

ในขณะที่เซเลนสกีพยายามชี้แจงจุดยืนของตนเองอยู่นั้น ทรัมป์และแวนซ์ได้กล่าวตำหนิผู้นำยูเครน โดยกล่าวว่าวิธีการเข้าหาของเซเลนสกีนั้นเป็นการไม่เคารพและขัดขวางการยุติสงครามนองเลือดที่ยืดเยื้อมานานถึง 3 ปีแล้ว ทรัมป์กล่าวกับเซเลนสกีว่า มันยากมากที่จะทำงานกันแบบนี้ ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าผู้นำยูเครนจะทำข้อตกลงได้หรือไม่

Advertisement

“คุณต้องรู้สึกขอบคุณมากกว่านี้ เพราะผมจะบอกคุณให้ คุณไม่ได้มีไพ่ในมือ แต่กับเราคุณมีไพ่ แต่ไม่มีเรา คุณก็ไม่มีไพ่อะไรเลย” ทรัมป์กล่าว และบอกกับเซเลนสกีต่อว่า “คุณกำลังเสี่ยงกับสงครามโลกครั้งที่ 3 และสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่เป็นการไม่เคารพอย่างมากต่อประเทศนี้ที่สนับสนุนคุณมากกว่าที่หลายคนบอกว่าเราควรจะทำ” ทรัมป์กล่าว และบอกทิ้งท้ายว่า “คุณต้องทำข้อตกลง หรือไม่เราก็พอแล้วและถ้าเราออกไป คุณจะต้องสู้ด้วยตัวเอง”

AP Photo/ Mystyslav Chernov

ด้านรองประธานาธิบดีแวนซ์พูดแทรกวิจารณ์ท่าทีของเซเลนสกีด้วยเช่นกันว่า “คุณคิดว่ามันเป็นการให้ความเคารพหรือไม่ที่มาในห้องทำงานรูปไข่ของสหรัฐอเมริกาแล้วโจมตีรัฐบาลที่พยายามจะปกป้องการทำลายประเทศของคุณ?”

ทรัมป์ยังโพสต์ภายหลังก่อนที่เซเลนสกีจะออกจากทำเนียบขาวว่า “เขาไม่ให้ความเคารพต่อสหรัฐอเมริกาในห้องทำงานรูปไข่อันทรงเกียรติ เขาสามารถกลับมาได้เมื่อเขาพร้อมสำหรับสันติภาพ”

การออกจากทำเนียบขาวไปโดยไม่มีพิธีลงนามในข้อตกลงใดๆ และการยกเลิกแถลงข่าวร่วมของผู้นำทั้งสองชาติ ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่าการปะทะคารมกันอย่างดุเดือดครั้งนี้จะมีผลอย่างไรกับข้อตกลงแรร์เอิร์ธ ที่จะเปิดทางให้สหรัฐเข้าถึงแหล่งแร่หายากดังกล่าวของยูเครน ซึ่งทรัมป์ยืนยันว่าเป็นสิ่งจำเป็นในการชดใช้คืนการสนับสนุนจากสหรัฐที่ให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนไปมากกว่า 180,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่สงครามยูเครนเริ่มต้นขึ้น ในขณะที่ทรัมป์พยายามเป็นตัวกลางเจรจาเพื่อยุติสงครามสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งทรัมป์ยังตีฆ้องร้องป่าวว่าข้อตกลงนี้เป็นทางไปสู่การแก้ปัญหา

อย่างไรก็ตามข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้ให้หลักประกันด้านความมั่นคงที่ชัดเจนแก่ยูเครนตามที่เซเลนสกีต้องการ แต่กลับไปมุ่งเน้นความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับยูเครน ในขณะที่เซเลนสกีบอกกับทรัมป์ว่าที่ผ่านมาปูตินได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำๆ และยูเครนจะไม่ยอมรับการหยุดยิงเพียงอย่างเดียวเพื่อยุติสงคราม ทั้งย้ำว่าข้อตกลงแร่ธาตุไม่เพียงพอที่จะรับประกันความมั่นคงของยูเครน

ก่อนหน้านี้ทรัมป์เรียกการทำข้อตกลงด้านทรัพยากรธรรมชาตินี้กับยูเครนว่าเป็นห้วงเวลาที่น่าตื่นเต้น ทั้งยังกล่าวว่าเงินสนับสนุนจากข้อตกลงนี้อาจนำไปใช้ประโยชน์สำหรับด้านปัญญาประดิษฐ์และอาวุธทางทหาร พร้อมกับย้ำว่าเขาจะขายอาวุธให้กับยูเครนต่อไป

เอพีรายงานว่า ทรัมป์ได้บอกกับนักข่าวในภายหลัง ก่อนจะเดินทางออกจากทำเนียบขาวไปยังรีสอร์ตที่พักมาร์อาลาโกของตนเองในรัฐฟลอริดาช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่า เขาต้องการให้มีการหยุดยิงทันทีระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่แสดงความสงสัยว่าเซเลนสกีพร้อมจะสร้างสันติภาพหรือไม่

ด้านเซเลนสกีได้ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ในเย็นวันเดียวกันถึงการโต้แย้งกับประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีสหรัฐที่เกิดขึ้นว่า ไม่เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย แต่เซเลนสกีกล่าวว่า ทรัมป์ ซึ่งยืนยันว่าปูตินพร้อมจะยุติสงครามที่ดำเนินมานาน 3 ปีนั้น จะต้องเข้าใจว่ายูเครนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อรัสเซียได้ในทันที และยูเครนจะไม่เข้าร่วมการเจรจากับรัสเซียจนกว่าจะได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงจากการโจมตีครั้งใหม่