เอาคืน! จีนขึ้นภาษีสินค้าเกษตรมะกัน 10-15% ‘ถั่วเหลือง-เนื้อสัตว์’ ไม่รอด
จีนประกาศขึ้นภาษีสินค้าเกษตรสำคัญที่มีการนำเข้าจากสหรัฐ 15% ที่ครอบคลุมถึงไก่ หมู เนื้อวัว และถั่วเหลือง นอกจากนี้ยังขยายการควบคุมการทำธุรกิจกับบริษัทสหรัฐด้วย โดยการประกาศของจีนมีขึ้นในวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่อัตราภาษีนำเข้าใหม่ 20% ที่สหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศต่อจีนมีผลบังคับใช้
กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศว่า ภาษีใหม่ดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ซึ่งจะทำให้การนำเข้าไก่ ข้าวสาลี ข้าวโพด และฝ้ายที่ปลูกในสหรัฐ จะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่ม 15% ขณะที่ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง เนื้อหมู เนื้อวัว อาหารทะเล ผลไม้ ผัก และผลิตภัณฑ์นมจะถูกเรียกภาษีเพิ่มขึ้น 10%
กระทรวงพาณิชย์จีนได้รวบรวมชนิดของสินค้าเกษตรสหรัฐประมาณ 24 รายการ ที่ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก 15% ซึ่งรวมถึงตีนไก่และปีกไก่ ขณะที่มีสินค้า 711 รายการที่ต้องเสียภาษีเพิ่มเติม 10%
นอกจากนี้ทางการจีนยังได้เพิ่มรายชื่อบริษัทสหรัฐอีก 10 แห่งลงในรายชื่อนิติบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะห้ามบริษัทเหล่านี้ดำเนินกิจกรรมนำเข้าหรือส่งออกที่เกี่ยวข้องกับจีน รวมถึงห้ามไม่ให้มีลงทุนใหม่ในประเทศจีนด้วย ทั้งยังมีการเพิ่มรายชื่อบริษัทสหรัฐอีก 15 แห่งในรายชื่อควบคุมการส่งออก ซึ่งรวมถึงบริษัทด้านอวกาศและการป้องกันประเทศ
กระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์ว่า จีนได้ตัดสินใจรวมเอารายชื่อของ 15 บริษัทของสหรัฐที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของจีนใส่ไว้ในรายชื่อควบคุมการส่งออก โดยห้ามการส่งออกสินค้าที่สามารถนำไปใช้ได้สองทาง (หมายถึงสินค้าที่ใช้ได้ในเชิงพาณิชย์และความมั่นคง) ไปยังบริษัทเหล่านี้
ทั้งนี้ จีนเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรรายใหญ่ของสหรัฐ แม้ว่าการซื้อของจีนจะลดลงหลังจากที่ทรัมป์เปิดสงครามการค้ากับจีนในระหว่างการดำรงตำแหน่งสมัยแรก แต่การซื้อขายก็ฟื้นตัวขึ้นหลังจากนั้น
ในปี 2021-2022 มูลค่าการส่งออกถั่วเหลือง ข้าวโพด เนื้อวัว เนื้อไก่ ถั่วเปลือกแข็ง และข้าวฟ่างของสหรัฐไปยังจีนได้ทำสถิติใหม่ ขณะที่การส่งออกฝ้ายไปยังจีนก็ฟื้นตัวขึ้นด้วยเช่นกัน
ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐ การส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของสหรัฐไปยังจีนมีมูลค่ารวม 33,800 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2023 และ 36,400 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2022

