พีต้า ร่อนจดหมายถึงสื่อ ผิดหวังไทยยังแสวงหาผลประโยชน์จากสัตว์
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายเจสัน เบเคอร์ (Jason Baker) รองประธานอาวุโสของ PETA Asia หรือองค์กรพิทักษ์สัตว์ ได้ส่งอีเมล ถึง “มติชนออนไลน์” ระบุหัวข้อ “หมูเด้งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนในประเทศไทย” โดยรายละเอียดเป็นเรื่องเกี่ยวกับความผิดหวัง ที่ไทยยังคงมีการแสวงหาผลประโยชน์จากสัตว์ หลังจากที่ไทยทำให้พีต้าม่ความหวัง จากการจัดเทศกาลกินเจ ที่ช่วยพิสูจน์ว่า มื้ออาหารที่ไม่ทำร้ายสัตว์ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และยังอร่อยอีกด้วย
โดยเนื้อหาระบุว่า
ในทุกๆ ปี เทศกาลกินเจในประเทศไทยทำให้ผมเกิดความหวังและเกิดความคิดบวก งานเฉลิมฉลองนี้มีอาหาร vegan มากมายอย่างน่าทึ่ง จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องง่ายเพียงใดที่จะเพลิดเพลินกับมื้ออาหารที่ไม่ทำร้ายสัตว์ สำหรับคนที่เป็น vegan เทศกาลกินเจเหมือน “เป็นเรื่องปกติ” เป็นเวลา 9 วัน เทศกาลนี้ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเมตตา โดยการแสดงให้เห็นว่า อาหารที่ปราศจากความโหดร้ายไม่เพียงแค่เป็นไปได้ แต่ยังอร่อยอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประเทศไทยจะสร้างแรงบันดาลใจ แต่ก็ทำให้ผมผิดหวังด้วย ความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงไม่เคยชัดเจนเท่าในปัจจุบัน ข่าวเกี่ยวกับความพยายามลักลอบนำเข้าลูกลิงกอริลล่า ซึ่งเป็นไปได้ว่าเชื่อมโยงกับตลาดนัดจตุจักร เป็นเครื่องเตือนใจอันน่าเศร้าว่า ในประเทศไทยการหาผลประโยชน์ใส่ตนจากสัตว์กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในขณะที่หน่วยงานต่างๆ ได้เข้าขัดขวางความพยายามลักลอบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี แต่มันเน้นย้ำว่า ในประเทศไทยนั้น การค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายกำลังเติบโตมากขึ้น โดยจตุจักรเป็นพื้นที่เสี่ยง (hotspot) อันอื้อฉาวในเรื่องการลักลอบค้าสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์มาเป็นเวลานานมากแล้ว
เหตุการณ์ไฟไหม้ที่จตุจักร เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความทุกข์ทรมานของสัตว์ที่น่าอกสั่นขวัญแขวน สัตว์มากกว่า 1,000 ตัว ได้แก่ สุนัข แมว นก ฯลฯ ถูกไฟคลอกตายในโซนขายสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นส่วนที่ทรุดโทรมของจตุจักร โดยสัตว์ทั้งหลายต้องทุกข์ทนกับโรคภัยไข้เจ็บและสภาพโกโรโกโส โศกนาฎกรรมนี้ควรจะเป็นฟางเส้นสุดท้าย นั่นคือ เป็นสัญญาณอันชัดเจนว่า สถานที่แห่งความชั่วร้ายแห่งความทุกข์ทรมานแห่งนี้ ต้องปิดตัวลงอย่างถาวร หากจะมีแผนจะเปิดโซนนี้ขึ้นอีกครั้ง มันจะเป็นเครื่องเตือนใจอันน่าสะเทือนใจว่า เราจะต้องลงมือทำมากกว่านี้อีกมากนัก
การที่ตลาดนัดจตุจักรปฏิเสธว่าไม่โหดร้าย เป็นภาพสะท้อนให้เห็นเรื่องอุตสาหกรรมมะพร้าวไทย โดยเหล่าลิงถูกเฆี่ยน ถูกตี และ ถูกล่ามโซ่ เพื่อเก็บมะพร้าว เป็นเวลาหลายปีแล้วที่รัฐบาลไทยปฏิเสธทารุณกรรมเหล่านี้ ทั้งๆ ที่การเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงของ PETA ต่างๆ เผยให้เห็นถึงสภาพความเป็นจริงต่างๆ อันรุนแรง ได้แก่ ลูกลิงทั้งหลายถูกพรากจากแม่ลิง ถูกขังในเพิง หรือ ถูกมัดกับต้นไม้
อย่างไรก็ดี ในปี 2567 จุดเปลี่ยนได้เกิดขึ้น บริษัทไทยยักษ์ใหญ่สองแห่งยืนหยัดต่อสู้ บริษัท Chef’s Choice กำจัดมะพร้าวไทยออกจากห่วงโซ่อุปทาน และ บริษัท Merit Food Products เลิกใช้บริการของผู้จัดหามะพร้าว ที่เกี่ยวพันกับการใช้แรงงานลิง และพยายามให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตนำเข้ามะพร้าวจากประเทศที่ไม่ใช้ลิง ชัยชนะเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ความเปลี่ยนแปลงอันมีความหมายนั้นเป็นไปได้เมื่อบริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับจริยธรรมเป็นลำดับแรก
ในปีที่แล้ว PETA ได้เปิดโปงความน่าอกสั่นขวัญแขวนของฟาร์มงูหลามที่จัดหาหนังงูหลามให้กับสินค้าแบรนด์หรู เช่น หลุยส์ วิตตอง ฉลากการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงไปถึงวิดีโออันน่าสยดสยอง ที่เผยให้เห็นงูทั้งหลายถูกทุบตีด้วยฆ้อน ถูกแทง และ ถูกถลกหนังเป็นๆ สัตว์ที่อ่อนไหวเหล่านี้ต้องประสบกับความทุกข์ทรมานอย่างไม่มีทางทนได้ เพื่อนำไปผลิตกระเป๋าถือและเข็มขัด ปี 2568 ซึ่งเป็นปีงูเล็ก มีโอกาสอันไม่ซ้ำใครที่ประเทศไทยจะพลิกสถานการณ์ โดยการปฏิเสธผลิตภัณฑ์หนังงู และอ้าแขนรับทางเลือกที่ปราศจากความโหดร้ายต่างๆ
แม้แต่สัตว์เป็นตัวๆ ก็ยังไม่ถูกละเว้นจากการหาผลประโยขน์ หมูเด้ง ฮิปโปแคระ มีคนแห่ไปดูมากมาย ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เหมือนกับว่าความน่ารักทำให้ไม่มีใครเห็นความทุกข์ทรมานของเธอ ฮิปโปเป็นสัตว์หากินกลางคืน และเติบโตในแม่น้ำและป่า ไม่ใช่ในกรงขังที่ซึ่งเธอถูกจ้องมองเพราะเห็นว่าน่ารักภายใต้แสงแดดอันหยาบกระด้าง เมื่อ PETA ได้แนะนำให้ย้ายเธอไปอยู่ ณ สถานที่พักพิงสัตว์ป่า การคัดค้านของสาธารณชนได้กลบเกลื่อนการสนทนาในเรื่องนี้
ในทำนองเดียวกัน แมวที่ถูกวางยาสลบในการถ่ายทำซีรีส์เรื่องแม่หยัว (The Empress of Ayodhaya;แม่อยู่หัวแห่งอโยธยา) กระตุ้นให้เกิดความโกรธเคือง หลังจากที่ฉากในซีรีส์เรื่องนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าแมวที่ถูกวางยาสลบชักกระตุก เรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องหมูเด้ง ตรงที่เรื่องแมวนั้น สาธารณชนมีปฏิกิริยาฮือฮามากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ชาวไทยได้ประณามการรังแกสัตว์ดังกล่าว ทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงได้รับข้อความอันชัดเจนแล้วว่า สัตว์ที่สร้างโดยใช้ CGI (กระบวนจินตภาพคอมพิวเตอร์) และ animatronic (หุ่นจำลองสิ่งมีชีวิต) เป็นอนาคตอย่างแท้จริง
ถึงกระนั้นก็ตาม อุปสรรคต่างๆ ก็ยังมีอยู่ต่อไป สวนสัตว์พาต้า ซึ่งมีเรื่องอื้อฉาวว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใช้สัตว์ที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ยังคงกักขังสัตว์ต่างๆ ในสภาพที่ย่ำแย่ต่อไป
ความท้าทายเหล่านี้ นำไปสู่โอกาสต่างๆ แห่งความหวัง ประชาชนไทยแสดงให้เห็นมาหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า พวกเขาสามารถมีเมตตาและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่มีความหมายได้ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกๆ คน ต้องเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและอุตสาหกรรมต่างๆ รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามพลังในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนั้น ขึ้นอยู่กับตัวคุณทุกคน โดยการเลือกใช้เงินอย่างเอาใจใส่ หากปราศจากการหนุนหลังทางการเงิน การปฏิบัติต่างๆ ที่หาผลประโยชน์ใส่ตน ก็จะกลายเป็นเรื่องในอดีตไปได้ในที่สุด

