‘ทรัมป์’ เซ็นคำสั่งตั้ง กองทุนสำรองบิตคอยน์ ก่อนประชุมสุดยอด ผู้บริหารวงการคริปโทฯ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งเพื่อจัดตั้งกองทุนสำรองบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์แล้วเมื่อวันที่ 6 มีนาคม หนึ่งวันก่อนที่ทรัมป์จะจัดการประชุมร่วมกับผู้บริหารจากอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์ (7 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น
นายเดวิด แซคส์ มหาเศรษฐี ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลคริปโททำเนียบขาว โพสต์ลงแพลตฟอร์ม X ว่ากองทุนสำรองเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะประกอบด้วยบิตคอยน์ราว 200,000 บิตคอยน์ ซึ่งเป็นเงินคริปโทฯที่รัฐบาลกลางยึดมาได้จากกระบวนการริบทรัพย์สินทั้งทางอาญาและทางแพ่ง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่ากองทุนสำรองใหม่นี้จะทำงานอย่างไรและจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เสียภาษีอย่างไร โดยนายแซคส์ระบุว่า รัฐบาลกลางจะมียุทธศาสตร์ในการเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ในกองทุนสำรองนี้ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
“สหรัฐจะไม่ขายบิตคอยน์ที่ฝากอยู่ในกองทุนสำรอง มันจะถูกเก็บรักษาเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า กองทุนสำรองนี้เหมือนกับฟอร์ทน็อกซ์สำหรับคริปโทเคอร์เรนซีที่มักถูกเรียกว่า ทองคำดิจิทัล” แซคส์ระบุในโพสต์
เป็นความเคลื่อนไหวที่มีขึ้นในขณะที่การประชุมสุดยอดคริปโทฯที่ทำเนียบขาวจะเริ่มต้นขึ้นในวันศุกร์นี้ ซึ่งเป็นที่คาดหมายว่าทรัมป์จะใช้เวทีนี้ในการประกาศแผนการสร้างกองทุนสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของเขาที่รวมเอาบิตคอยน์และอีก 4 สกุลเงินดิจิทัลอยู่ในกองทุนสำรองใหม่ดังกล่าว หลังจากเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ทรัมป์ได้เผย 5 สกุลเงินดิจิทัลที่เขาคาดว่าจะกำหนดให้อยู่ในกองทุนสำรองเชิงยุทธศาสตร์ใหม่นี้ อันได้แก่ บิตคอยน์(bitcoin) อีเทอร์ (ether) เอ็กซ์พีอาร์ (XRP) โซลานา (solana) และคาร์ดาโน (cardano)
ความเคลื่อนไหวนี้ของทรัมป์ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโทฯ ซึ่งใช้เงินหลายล้านดอลลาร์ในการสนับสนุนเขาและสมาชิกพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมานั้น ได้ก่อให้เกิดความกังวลในกลุ่มหัวอนุรักษนิยมและผู้สนับสนุนวงการคริปโทฯ เกี่ยวกับการตอบแทนของทรัมป์ที่ให้กับกลุ่มคนร่ำรวยอยู่แล้วและจะทำให้อุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลสูญเสียความน่าเชื่อถือ

