ย้อนดู ‘ข้อห้าม’ เกาหลีใต้ ช่วงนร.สอบ ซูนึง เข้ามหา’ลัย วัดอนาคต รบ.สั่งปิดน่านฟ้า-ตร.นับหมื่นเฝ้าสนามสอบ
ซูนึง – การเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา สำหรับเยาวชนหลายคนที่มีฝันและเป้าหมายในอนาคต ย่อมมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นหนึ่งในสนามชีวิต ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนผ่านจากหนุ่มสาวสู่ “โลกแรงงาน” หรือแม้กระทั่งสถานะทางสังคม
เมื่อพร่ำอ่านหนังสือ ติวเข้มเรียนพิเศษมาเป็นระยะเวลานาน ในวันสำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เอนทรานซ์ วัดระดับ หรือกระทั่งประเมินผลใดๆ เหล่านักเรียน ต้นกล้าของชาติคงไม่อยากให้เกิดเหตุผิดพลาดไม่ว่าด้วยประการใดทั้งสิ้น
ดังเช่น การสอบซูนึง (Suneung) ของประเทศเกาหลีใต้ ที่รัฐบาลแดนโสมให้ความสำคัญ ออกมาตรการระดับประเทศสนับสนุนและป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนนักเรียนผู้เข้าสอบ และให้มีสมาธิในการสอบมากที่สุด ซึ่งความเข้มงวดนี้ก็เป็นที่กล่าวถึงในทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของระบบการศึกษาในเกาหลี โดย รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของเกาหลีใต้ เคยให้สัมภาษณ์ว่า “ทุกฝ่ายพยายามเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าการสอบจะมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และพร้อมสำหรับนักเรียน”
มติชนออนไลน์ พาไปรู้จัก การสอบซูนึง (Suneung) มาจาก College Scholastic Ability Test (CSAT) โดย The Korea Institute of Curriculum and Evaluation (KICE) คือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของนักเรียนในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมักจะจัดสอบในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โดยผู้เข้าสอบต่างมีความกดดันสูง ด้วยหวังว่าจะได้เข้าเรียนในสถาบันชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Seoul National University) และมหาวิทยาลัยยอนเซ (Yonsei University)
ซึ่งครั้งล่าสุด จัดสอบ #Suneung2025 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 มีนักเรียนลงทะเบียนเข้าสอบจำนวน 522,670 คน เพิ่มขึ้น 18,082 คนจากปีก่อนหน้านี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 10,256 นาย ดูแลสถานที่สอบทั้ง 1,279 แห่ง ใน 17 เมืองทั่วประเทศ กำหนดให้มีตำรวจ 2 นายต่อ 1 สถานที่สอบ
สำหรับ การสอบซูนึง ประกอบด้วย 5 วิชา ได้แก่ ภาษาเกาหลี คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ประวัติศาสตร์เกาหลี และสังคมศึกษาหรือวิทยาศาสตร์ สำหรับตารางการสอบนั้นค่อนข้างเข้มงวด ผู้เข้าสอบจะใช้เวลาสอบประมาณ 80 – 107 นาทีต่อวิชา และมีเวลาพักสั้นๆ ระหว่างเปลี่ยนวิชา ประมาณ 20 นาที พักรับประทานอาหารกลางวัน 50 นาที

และเพื่อควบคุมเสียงรบกวนระหว่างการสอบฟังภาษาอังกฤษของนักเรียน เกาหลีใต้จึงไม่อนุญาตให้เครื่องบินทุกลำขึ้นบินและลงจอดในเวลาดังกล่าว เป็นเวลาประมาณ 35 นาที ยกเว้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะต้องบินที่น่านฟ้าระดับความสูง 3 กิโลเมตร หรือสูงกว่าในช่วงเวลาที่จำกัด ทำให้หลายเที่ยวบินต้องมีการปรับเปลี่ยนการบิน
หรือแม้แต่การฝึกซ้อมทางทหารก็ต้องงดเว้นไปก่อนหรือห้ามฝึกซ้อมที่มีเสียงดัง ซึ่งรวมถึงไซต์งานก่อสร้างถูกสั่งให้หยุดชั่วคราว รถบรรทุกขนาดใหญ่ห้ามไม่ให้สัญจรใกล้สนามสอบทั่วประเทศ
ขณะที่ชั่วโมงเร่งด่วนในตอนเช้าสำหรับการให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงโซล จะขยายเวลาให้บริการไวขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าสอบไปถึงศูนย์สอบได้ทันเวลา ซึ่งการสอบจะเริ่มขึ้นในเวลา 08.10 น. และปรับปรุงการให้บริการรถโดยสารประจำทางด้วย
นอกจากนี้ รถตำรวจและเจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับภูมิภาคก็ได้เตรียมตัวเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มาสาย ให้ไปถึงสถานที่สอบได้ตรงเวลา ขณะที่รัฐบาลได้กำหนดให้หน่วยงานต่างๆ ในกรุงโซล เริ่มทำงานช้ากว่าปกติ 1 ชั่วโมงเป็นเวลา 10.00 น. เพื่อลดปัญหาจราจร เช่นเดียวกับ ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้และตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่จะเปิดช้าไป 1 ชั่วโมงเป็น 10.00 น.

สอบซูนึงสะท้อนความคาดหวัง
ครอบครัวเกาหลีย้ายมาอยู่โซลแน่น
จ่ายค่าเรียนพิเศษเดือนละ 26,500 บาท
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ความคาดหวังต่อผลลัพธ์การสอบที่สูง กดดันให้หลายครอบครัวย้ายมายังโซลมากขึ้น เนื่องจากมีทรัพยากรทางการศึกษาที่ดีกว่า ราคาอสังหาริมทรัพย์และค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในพื้นที่ดังกล่าวจึงเพิ่มสูงขึ้น
ผู้คนในกรุงโซลจ่ายค่าเรียนพิเศษของเด็กมัธยมปลายหนึ่งคนเฉลี่ย 1.04 ล้านวอนต่อเดือน (ราว 26,500 บาท) เมื่อเทียบกับผู้คนในเมืองอื่น ๆ ของเกาหลีใต้ที่จ่ายราว 700,000 วอน (ราว 17,800 บาท) และหากครัวเรือนมีรายได้ต่อเดือน 8 ล้านวอน (ราว 200,000 บาท) หรือมากกว่า ก็จะใช้จ่ายไปกับค่าเรียนพิเศษมากกว่าครัวเรือนที่มีรายได้ไม่ถึง 2 ล้านวอน (ราว 50,000 บาท) ถึงสองเท่า

ธนาคารกลางเกาหลีใต้กล่าวว่า ระบบการสอบในปัจจุบันไม่สามารถวัดศักยภาพของนักศึกษาได้อย่างเหมาะสม สถานะทางการเงินของผู้ปกครองมีอิทธิพลต่อโอกาสที่บุตรหลานจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ผู้ปกครองที่มีฐานะร่ำรวยต่างพากันไปยังพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางการศึกษาพรั่งพร้อม และใช้จ่ายด้านการศึกษามากกว่าครัวเรือนทั่วไป
เพื่อลดความแออัดและข้อได้เปรียบในกรุงโซล ธนาคารกลางเกาหลีใต้เสนอให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ รับนักศึกษาใหม่ด้วยโควตาภูมิภาค และหวังว่าประชากรจะกระจายตัวออกไปพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
“ธนาคารกลางสนับสนุนการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เพราะมองว่ากระทบต่อการกำหนดนโยบายการเงิน จึงเสนอให้เริ่มต้นที่ยกเครื่องการศึกษา การแข่งขันที่มากเกินไป ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดีของนักศึกษา” ธนาคารกลางเกาหลีใต้ ระบุ

ที่มา
– https://www.matichon.co.th/foreign/news_4286747
– https://www.koreaherald.com/article/10399776
– https://m.koreaherald.com/article/3853983
– https://www.ndtv.com/education/8-hours-5-tests-in-a-day-all-you-need-to-know-about-worlds-toughest-exam-7021467
– https://www.prachachat.net/world-news/news-1640714

