เอายังไงแน่! ‘ทรัมป์’ ขู่คว่ำบาตรรัสเซียอีกจนกว่าจะบรรลุดีลสันติภาพ แต่เชื่อ ‘ปูติน’ อยากยุติสงคราม
สำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้ประกาศผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ทรูธ โซเชียล ของเขา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ว่าเขากำลังพิจารณาที่จะมีการคว่ำบาตรครั้งใหญ่แก่รัสเซีย จนกว่ารัสเซียจะมีการหยุดยิงและบรรลุข้อตกลงสันติภาพในยูเครน พร้อมกับเรียกร้องให้ทั้งยูเครนและรัสเซียเข้ามาสู่โต๊ะเจรจาเพื่อสันติภาพก่อนที่จะสายเกินไป
หลังจากที่สหรัฐประกาศระงับความช่วยเหลือทางทหารทั้งหมดให้แก่ยูเครน รวมถึงระงับการส่งข้อมูลข่าวกรองให้กับยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียได้ส่งขีปนาวุธและโดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนในคืนวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวยูเครนบาดเจ็บ 10 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเด็ก 1 คน
ทรัมป์ระบุว่า “จากความจริงที่ว่ารัสเซียกำลังถล่มยูเครนในสนามรบตอนนี้ ผมกำลังพิจารณาอย่างหนักที่จะมีการคว่ำบาตรทางการเงิน การคว่ำบาตรอื่นๆ และขึ้นภาษีรัสเซียจนกว่าจะมีการหยุดยิงและบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ถึงรัสเซียและยูเครน คุณควรเข้ามาสู่โต๊ะเจรจาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป ขอบคุณ!”
จนถึงตอนนี้ กองทัพรัสเซียสามารถปิดล้อมกองทหารยูเครนหลายพันนายที่บุกเข้ามาในแคว้นคูร์สก์ของรัสเซียเมื่อปีที่แล้วได้เกือบทั้งหมด และสามารถรุกคืบไปในแนวหน้าการสู้รบทางตะวันออกของยูเครนได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทรัมป์กล่าวว่าเขาเชื่อว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียต้องการสันติภาพ และคิดว่ารัสเซียกำลังโจมตียูเครนหนักขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งเขาคิดว่าใครก็ตามที่อยู่ในจุดเดียวกับปูตินตอนนี้ก็คงทำแบบเดียวกัน แต่ทรัมป์กล่าวว่าปูตินต้องการยุติสงคราม แต่เขาไม่คิดว่ายูเครนจะอยากยุติสงครามหรือไม่ ผู้นำสหรัฐกล่าวอีกว่า สหรัฐมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัสเซีย และอาจทำให้การตกลงกับรัสเซียง่ายกว่าการตกลงกับยูเครน
ทั้งนี้ รัสเซียถูกสหรัฐและพันธมิตรคว่ำบาตรอย่างหนักมานับตั้งแต่ที่นำกองทัพเข้ารุกรานยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยตอนนี้สหรัฐกำลังคว่ำบาตรรัสเซียเพื่อมุ่งเป้าไปที่การจำกัดรายได้จากน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย แต่แหล่งข่าว 2 คนเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังศึกษาแนวทางที่จะลดการคว่ำบาตรภาคพลังงานของรัสเซีย หากรัสเซียตกลงที่จะยุติสงครามในยูเครน
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนเรียกร้องให้การหยุดยิงครอบคลุมทั้งทางอากาศและทะเล โดยบอกว่าขั้นแรกของการสร้างสันติภาพอย่างแท้จริงควรจะเป็นการหยุดไม่ให้ต้นเหตุของสงครามอย่างรัสเซียทำการโจมตีในลักษณะนี้ เซเลนสกีกล่าวอีกว่าเขาและทีมงานจะเดินทางไปยังประเทศซาอุดีอาระเบียในวันจันทร์ที่ 10 มีนาคมนี้ เพื่อเข้าเฝ้าเจ้าชายมุฮัมหมัด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ก่อนที่จะมีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จากทางฝั่งสหรัฐในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งทางฝั่งสหรัฐจะมีนายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนกิจการตะวันออกกลางของสหรัฐ และนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเข้าร่วมการพูดคุยดังกล่าว
เซเลนสกีคาดหวังว่าการหารือดังกล่าวจะมีประโยชน์ และเน้นย้ำว่ายูเครนพร้อมที่จะมีสันติภาพโดยเร็วที่สุด และได้เสนอขั้นตอนเพื่อไปสู่สันติภาพ และเซเลนสกีก็ได้ออกมาแสดงความเสียใจกับการปะทะคารมกับประธานาธิบดีทรัมป์ระหว่างเดินทางเยือนทำเนียบขาวเมื่อช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อน นายวิทคอฟฟ์ระบุว่าทรัมป์ได้รับจดหมายจากเซเลนสกีที่ขอโทษและแสดงความขอบคุณมาแล้ว

