‘ทรัมป์’ ชี้ ศก.สหรัฐกำลังเปลี่ยนผ่าน พาณิชย์มะกันยัน เศรษฐกิจไม่ถดถอยแน่
สำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะเจอกับภาวะถดถอยหรือราคาสินค้าสูงขึ้นหรือไม่ จากการที่รัฐบาลสหรัฐตั้งกำแพงภาษีแก่ประเทศแคนาดา เม็กซิโก และจีนจากประเด็นปัญหายาเสพติดเฟนทานิลที่ไหลเข้าสหรัฐ โดยบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ทรัมป์กล่าวให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 9 มีนาคม กับคำถามว่าเขาคิดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐปีนี้หรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่ชอบที่จะคาดการณ์เรื่องแบบนั้น เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มันใหญ่มาก เรากำลังนำความมั่งคั่งกลับมาสู่อเมริกา อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่ผมคิดว่ามันจะเป็นผลดีกับเรา”
นายฮาวเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐกล่าวในวันเดียวกันว่า จะไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐแน่นอน แม้ลุตนิกจะยอมรับว่ากำแพงภาษีของทรัมป์จะส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าในสหรัฐมีราคาสูงขึ้น แต่สินค้าที่ผลิตในสหรัฐจะมีราคาถูกลง
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษี 25% แก่สินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดาให้มีผลเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา รวมถึงขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกเป็น 20% โดยให้เหตุผลว่าทั้ง 3 ประเทศล้มเหลวในการปราบปรามยาเสพติดเฟนทานิลไม่ให้ไหลเข้ามาในสหรัฐ แต่ต่อมา ทรัมป์ได้เลื่อนการเก็บภาษีสินค้านำเข้าส่วนใหญ่จากแคนาดาและเม็กซิโกออกไปอีก 1 เดือน
หุ้นในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพากันร่วงลงอย่างหนักนับตั้งแต่ทรัมป์เปิดฉากสงครามกำแพงภาษีกับประเทศคู่ค้าหลัก เพราะบรรดานักลงทุนกำลังแสดงความกังวลกับนโยบายการตั้งกำแพงภาษีของทรัมป์ว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น โดยทรัมป์ออกมายอมรับตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ว่าการเรียกเก็บภาษีศุลกากรแก่หลายประเทศอาจส่งผลกระทบระยะสั้นแก่ชาวอเมริกัน โดยล่าสุด จีนได้ขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐตอบโต้ซึ่งมีผลแล้วในวันที่ 10 มีนาคม

