วอลสตรีทฉุดหุ้นเอเชียร่วงระนาว ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ต่ำสุดรอบ 4 เดือน
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงหลังเปิดตลาดในวันที่ 11 มีนาคม โดยได้แรงกระตุ้นจากตลาดหุ้นวอลลสตรีทที่ร่วงลงอย่างหนักในวันจันทร์ ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า สงครามการค้าที่ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ และอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้นักลงทุนที่ตื่นตระหนกหันไปลงทุนในเงินเยนญี่ปุ่นที่ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ Fox News โดยรับว่า ขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่าน พร้อมกับปฏิเสธที่จะทำนายว่ามาตรการขึ้นภาษีของเขาจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐหรือไม่
คำพูดของทรัมป์และความวิตกกังวลต่างๆ ทำให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนลดลง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐที่ลดลงอย่างรวดเร็วในวันเดียว ทั้งยังส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลงตามไปด้วย
ดัชนี S&P 500 ลดลง 2.7% ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นการลดลงในหนึ่งวันที่มากที่สุดในปีนี้ ขณะที่ Nasdaq ลดลง 4.0% ซึ่งเป็นการลดลงที่มากที่สุดในวันเดียวตั้งแต่เดือนกันยายน 2022 ขณะที่การซื้อขายล่วงหน้าของดัชนี S&P EScv1 และ Nasdaq NQc1 ก็ลดลง 1% ในช่วงเวลาซื้อขายในเอเชียเช้าเมื่อวันอังคารอีกด้วย
ในเอเชีย ตลาดหุ้นส่วนใหญ่เปิดตัวในแนวลบ โดยดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นและตลาดหุ้นไต้หวันลดลงประมาณ 3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนกันยายน ส่วนดัชนีหุ้นเอเชียแปซิฟิกนอกประเทศญี่ปุ่นของ MSCI ลดลงมากกว่า 1%
แม้แต่หุ้นจีนที่เคยทำผลงานดีในปีนี้ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบนี้ได้ ดัชนีหุ้นบลูชิป CSI300 ลดลงประมาณ 1% ขณะที่ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงลดลง 1.5%
ดัชนีซื้อขายหุ้นล่วงหน้าของยุโรปก็ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของการเปิดตลาดที่ลดลง โดยดัชนีฟิวเจอร์ DAX ของเยอรมนีลดลง 0.8% และดัชนีฟิวเจอร์สของ Eurostoxx ลดลง 0.9% ซึ่งบ่งชี้ว่าการเทขายหุ้นยังคงมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ด้านสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับความต้องการเพิ่มขึ้น โดยค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) แข็งค่าขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ก่อนจะปิดที่ 146.65 ต่อดอลลาร์ หลังจากที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนในช่วงเช้า สกุลเงินเยนได้ปรับตัวขึ้น 7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปี 2025
ฟรังก์สวิส (CHF) ก็แข็งค่าขึ้นเช่นกัน โดยยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่เคยทำไว้เมื่อวันจันทร์ ล่าสุดในการซื้อขายช่วงเช้าอยู่ที่ 0.87755 ต่อดอลลาร์
โทนี่ ซิคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG กล่าวว่า ความเชื่อมั่นในตลาดได้เปลี่ยนจากความหวังหลังการเลือกตั้งมาเป็นความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางนโยบายที่ยังคงดำเนินต่อไป บวกกับข้อมูลเศรษฐกิจซึ่งไม่ค่อยดีที่ปรากฎออกมาอย่างต่อเนื่อง และการที่ทรัมป์เตือนว่าภาษีต่างตอบแทนต่อสินค้าผลิตภัณฑ์นมและไม้จากแคนาดาอาจเกิดขึ้นในอนาคต ก็เหมือนกับการเติมเชื้อไฟให้กับสงครามภาษีที่กำลังลุกไหม้อยู่แล้ว
ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ อีก 6 สกุล ก็พากันลดลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน โดยดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐลดลงมากกว่า 4% นับตั้งแต่ต้นปีนี้
ในส่วนของสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 2 ในวันที่ 11 มีนาคม เนื่องจากความกังวลว่าภาษีของสหรัฐอาจจะทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวและส่งผลกระทบต่อความต้องการพลังงาน ขณะที่ OPEC+ ก็ประกาศเพิ่มกำลังการผลิต ราคาน้ำมันเบรนท์ทะเลเหนือซื้อขายล่วงหน้าลดลง 0.65% มาที่ 68.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่การซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ลดลง 0.82% มาที่ 65.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 79,000 ดอลลาร์จากที่เคยแตะระดับมากกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐในเดือนธันวาคม

