ม.จอห์นส์ ฮอปกินส์ ตัดใจปลดพนง.กว่า 2,000 ตำแหน่ง ครั้งใหญ่สุด เหตุ ‘ทรัมป์’ เลิกอุดหนุน
มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ประกาศเมื่อวันที่ 13 มีนาคมว่าจะทำการปลดพนักงานจำนวนกว่า 2,000 ตำแหน่งทั้งที่ประจำในสหรัฐและในต่างประเทศ หลังจากถูกรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยุติการให้เงินอุดหนุนมูลค่ากว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 26,930 ล้านบาท
นับเป็นการปลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสถาบันการศึกษาแห่งนี้ ซึ่งกระทบต่อพนักงานทางมหาวิทยาลัยในสหรัฐ 247 คน และอีก 1,975 คน ที่ประจำอยู่ใน 44 ประเทศ ซึ่งยังกระทบกับ Bloomberg School of Public Health ซึ่งเป็นโรงเรียนการแพทย์ของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ และ Jhpiego องค์กรไม่แสวงหากำไรในเครือที่ดูแลด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศด้วย
“นี่เป็นวันที่ยากยิ่งสำหรับชาวมหาวิทยาลัยเราทั้งหมด การยุติการให้เงินสนับสนุนมากกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในกองทุน USAid บีบให้เราต้องยุติการทำงานที่สำคัญที่นี่ในบัลติมอร์และระดับนานาชาติ” แถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยระบุ
นับตั้งแต่รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ทรัมป์และอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีนักลงทุนที่ได้รับมอบหมายจากทรัมป์ให้คุมกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลการปรับลดขนาดรัฐบาลนั้น ได้พยายามที่จะยุบองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) โดยทรัมป์ได้ยกเลิกโครงการต่างๆ ภายใต้ USAID ไปแล้วมากกว่า 80% ภายหลังการตรวจสอบราว 6 สัปดาห์
นอกจากนี้รัฐบาลทรัมป์ยังกำลังตรวจสอบมหาวิทยาลัยอเมริกันอีก 60 แห่ง ซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์กรณีที่มีการจัดชุมนุมประท้วงแสดงความสนับสนุนปาเลสไตน์ที่แคมปัสของมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วย และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลทรัมป์ยังยุติการให้เงินสนับสนุนจำนวน 400 ล้านดอลลาร์และสัญญาต่างๆ กับมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย หนึ่งในมหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวีลีกที่มีชื่อเสียงของโลก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของนิวยอร์กและเก่าแก่ที่สุดอันดับ 5 ของสหรัฐด้วย

