ไม่สนศาลห้าม! ทรัมป์เนรเทศ 261 สมาชิกแก๊งอาชญากรรมไปเอลซัลวาดอร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งให้มีการส่งตัวผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นสมาชิกแก๊งอาชญากรรมจากเวเนซุเอลาและแก๊งอาชญากรรมระหว่างประเทศรวม 261 คนไปคุมขังยังเรือนจำขนาดใหญ่ในเอลซัลวาดอร์ แม้ว่าผู้พิพากษาสหรัฐจะสั่งระงับการส่งตัวบุคคลเหล่านี้แล้วก็ตาม
ประธานาธิบดีนายิบ บูเกเล ของเอลซัลวาดอร์ โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า สมาชิกของแก๊ง Tren de Aragua ของเวเนซุเอลา 238 คน พร้อมกับสมาชิกแก๊ง MS-13 ระหว่างประเทศอีก 23 คน เดินทางมาถึงประเทศในอเมริกากลางเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น
“อุ๊ย… สายเกินไปแล้ว” บูเกเลโพสต์โดยล้อเลียนคำตัดสินของผู้พิพากษา ขณะที่วิดีโอที่แนบมากับโพสต์ของเขาแสดงให้เห็นผู้ที่ถูกพันธนาการมือและเท้าเดินไปตาทาง โดยมีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธคอยควบคุมตัวพวกเขาในขณะออกจากเครื่องบิน พร้อมบอกด้วยว่า ผู้ถูกจับกุมจะถูกส่งตัวไปที่เรือนจำขนาดใหญ่ที่ฉาวโฉ่ของเอลซัลวาดอร์ ซึ่งก็คือศูนย์กักขังผู้ก่อการร้าย หรือเรือนจำเซโคต (Cecot) ทันที โดยพวกเขาจะถูกคุมขังที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งปี และสามารถต่ออายุออกไปอีกได้
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ โพสต์ขอบคุณบูเกเลในโพสต์บน X โดยเรียกเขาว่า “ผู้นำด้านความมั่นคงที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคของเรา”

ด้านแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว โพสต์ว่า อสูรร้ายเหล่านี้ถูกนำตัวออกไปและย้ายไปยังเอลซัลวาดอร์ ซึ่งพวกมันจะไม่สามารถเป็นภัยคุกคามต่อชาวอเมริกันได้อีกต่อไป
ทั้งรัฐบาลสหรัฐและเอลซัลวาดอร์ต่างก็ไม่ได้เปิดเผยตัวตนของผู้ต้องขัง หรือให้รายละเอียดเกี่ยวกับอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาหรือรายละเอียดที่ทำให้ระบุได้ว่าบุคคลเหล่านี้เป็นสมาชิกแก๊งอาชญากรรม
ทรัมป์ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่า เขาได้ลงนามในประกาศที่ระบุว่าแก๊ง Tren de Aragua กำลังทำสงครามนอกกฎหมายกับสหรัฐ และเขาจะเนรเทศสมาชิกแก๊งดังกล่าวภายใต้พระราชบัญญัติศัตรูต่างดาว ค.ศ. 1798
ในเย็นวันเดียวกัน เจมส์ โบอาสเบิร์ก ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้สั่งระงับการเนรเทศตามประกาศของทรัมป์เป็นเวลา 14 วัน โดยรอการโต้แย้งทางกฎหมายเพิ่มเติม โดยคำสั่งของผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางมีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลทรัมป์อ้างกฎหมายสงครามที่มีอายุหลายศตวรรษเพื่อเป็นเหตุผลในการเนรเทศ
สื่อของสหรัฐรายงาน หลังจากนั้นทนายความแจ้งกับผู้พิพากษาว่า เครื่องบินที่ส่งผู้ถูกเนรเทศได้ออกเดินทางไปแล้ว ทำให้ผู้พิพากษาโบอาสเบิร์กออกคำสั่งด้วยวาจาให้เที่ยวบินเหล่านั้นบินกลับมา แม้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคำตัดสินเป็นลายลักษณ์อักษรของเขาก็ตาม แต่มีการประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรในสำนวนคดีเมื่อเวลา 19:25 น. ของวันเสาร์ ซึ่งไม่ชัดเจนว่าเที่ยวบินส่งผู้ถูกเนรเทศดังกล่าวออกเดินทางจากสหรัฐเมื่อใด

สำนักข่าวการเมือง Axios รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์กล่าวว่าที่ปรึกษาทางกฎหมายของพวกเขาได้ตัดสินว่า คำสั่งของผู้พิพากษานั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจากในขณะนั้นเครื่องบินทั้งสองลำดังกล่าวอยู่เหนือน่านน้ำสากล เมื่อมันอยู่นอกน่านฟ้าสหรัฐ พวกเขาจึงเชื่อว่าคำสั่งนั้นไม่ถือว่ามีผลบังคับใช้
ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากสื่อหลายสำนักว่า กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินของผู้พิพากษาโบอาสเบิร์กแล้ว
สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (ACLU) ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการฟ้องร้องรัฐบาลทรัมป์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจถือเป็นการละเมิดคำสั่งศาล
คดีนี้ก่อให้เกิดคำถามทางรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลของสหรัฐ เพราะโดยทั่วไปแล้วเป็นที่คาดหมายว่าหน่วยงานของรัฐจะปฏิบัติตามคำตัดสินของผู้พิพากษาของรัฐบาลกลาง
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือองค์การนิรโทษกรรมสากลในสหรัฐอเมริกา โพสต์บน X ว่าการเนรเทศดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการที่รัฐบาลทรัมป์เลือกปฏิบัติต่อชาวเวเนซุเอลาด้วยการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ โดยอ้างเหตุผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งค์ต่างๆ

ทั้งนี้ เรือนจำเซโคตที่สร้างขึ้นใหม่ของเอลซัลวาดอร์เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของบูเคเลในการปราบปรามกลุ่มอาชญากรในประเทศ โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด และสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ถึง 40,000 คน แต่ก็ถูกกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่าปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในเรือนจำไม่ดีนัก
การเนรเทศครั้งล่าสุดของทรัมป์เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ของเขาในการต่อต้านการอพยพที่ผิดกฎหมายในสหรัฐ ที่ทำให้ทรัมป์ชนะใจผู้ลงคะแนนเสียง ส่วนหนึ่งมาจากการให้สัญญาว่าจะดำเนินการเนรเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ในขณะที่การข้ามพรมแดนที่ผิดกฎหมายลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษนับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง

