รวบ 15 ผู้ต้องสงสัย เหตุไฟไหม้ไนต์คลับมาซิโดเนียเหนือ ยอดดับพุ่ง 59 ราย
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 15 คนที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไฟไหม้ไนต์คลับ Pulse ในเมืองโคซานี ประเทศมาซิโดเนียเหนือ เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตได้เพิ่มเป็น 59 ราย
ไนต์คลับดังกล่าวเกิดเพลิงลุกไหม้เมื่อเวลา 02:30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา โดยขณะนั้นมีผู้ที่อยู่ในไนต์คลับ Pulse ประมาณ 500 คนเพื่อมาชมคอนเสิร์ตวง DNK วงฮิพฮอพชื่อดังของมาซิโดเนียเหนือ โดยระหว่างการแสดงมีการจุดพลุและประกายพลุได้ไปติดเพดานไนต์คลับจนไฟลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะเพดานไนต์คลับดังกล่าวทำจากวัสดุที่ติดไฟง่าย
บิลยานา อาร์ซอฟสกา โฆษกสำนักงานอัยการได้แถลงว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บ 155 ราย รวมถึงสมาชิกวง DNK ที่ทำการแสดงในคืนดังกล่าวที่เหลือรอดชีวิตเพียง 1 คน ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ปานเช โทชคอฟสกี รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของมาซิโดเนียเหนือกล่าวว่าผู้ที่ถูกจับกุมจะถูกสอบสวนและมีหลักฐานที่ชี้ว่าอาจมีการติดสินบนและคอร์รัปชั่นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เพลิงไหม้นี้
โทชคอฟสกีกล่าวว่า สถานที่เกิดเหตุไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายในการเปิดไนต์คลับและเคยเป็นโกดังเก็บพรมมาก่อน อาร์ซอฟสกาให้ข้อมูลว่าภายในไนต์คลับดังกล่าวมีทางออกที่เหมาะสมเพียงทางเดียว เนื่องจากประตูหลังของไนต์คลับถูกล็อกและไม่สามารถใช้การได้
การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบความผิดปกติหลายเรื่องที่สถานที่จัด เนื่องจากระบบดับเพลิงและไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ รายงานเผยอีกว่าการที่ไนต์คลับดังกล่าวมีทางเข้าออกเพียงประตูเดียวทำให้ผู้เข้าร่วมในไนต์คลับดังกล่าวแตกตื่น และภาพวิดีโอขณะเกิดเหตุชี้ว่า บางคนพยายามที่จะดับไฟที่ไหม้อยู่บนเพดานและบางคนเฝ้าดูสถานการณ์แทนที่จะออกจากสถานที่ดังกล่าว
หน่วยงานต่างๆ ได้ระบุว่า ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุเพียง 18-20 ปี ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 20 รายและผู้เสียชีวิตอีก 3 รายมีอายุต่ำกว่า 18 ปี และผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ต้องเข้ารับการรักษาบาดแผลไหม้ระดับสองและสามบริเวณศีรษะ คอ และลำตัวส่วนบน
ด้านรัฐบาลมาซิโดเนียเหนือได้ประกาศให้มีการไว้อาลัย 7 วันและจะจัดประชุมฉุกเฉิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนต่อว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร
ขณะที่นางกอร์ดานา ซิเลียนอฟสกา-ดาฟโกวา ประธานาธิบดีของมาซิโดเนียเหนือ ได้ออกแถลงแสดงความเสียใจต่อเหตุดังกล่าว พร้อมกล่าว “ธุรกิจหรือกิจการใดๆ จะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้หากไม่มีมาตรฐานและกฎเกณฑ์ และอย่าปล่อยให้ใครมาทำให้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ตกอยู่ในอันตรายอีก” ด้านนางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยบอกว่าสหภาพยุโรปยืนเคียงข้างประชาชนชาวมาซิโดเนียเหนือท่ามกลางช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

