รัสเซีย-ยูเครนแลกหมัดโจมตีทางอากาศ หลังทรัมป์ยกหูคุยปูติน
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม รัสเซียและยูเครนแลกเปลี่ยนโจมตีกันอย่างหนัก ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการหารือผ่านโทรศัพท์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งจบลงด้วยการที่รัสเซียตกลงที่จะระงับการโจมตีแหล่งพลังงานของยูเครนเท่านั้น
นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน แถลงว่า 11 ภูมิภาคของยูเครนกำลังถูกโจมตี ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในแคว้นซูมือ โดยการโจมตีเช่นนี้ทำลายระบบพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนชีวิตที่ปกติสุขของชาวยูเครน เหตุการณ์ในคืนนี้แสดงให้เห็นว่ามาตรการบีบบังคับกดดันรัสเซียต้องมีอยู่ต่อไปเพื่อสันติภาพ
เซเลนสกีกล่าวด้วยว่า ในวันนี้ ปูตินปฏิเสธที่จะข้อเสนอหยุดยิงฉบับสมบูรณ์ ดังนั้น ประชาคมโลกควรที่จะไม่ยอมให้ปูตินลากให้สงครามยึดเยื้ออีกต่อไป
อัยการของยูเครนกล่าวด้วยว่า โดรนโจมตีโรงพยาบาลในซูมือ ซึ่งมีผู้ป่วยจำนวน 147 ราย และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ 22 ราย อีกทั้งโรงพยาบาลในคราสโนปิลยาถูกโจมตีด้วยโดรนจำนวน 6 ลูก ซึ่งมีคนไข้อยู่ทั้งสิ้น 49 ราย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีก 11 ราย
รัฐวิสาหกิจการรถไฟอูคร์ซาลิซนีตเซียของยูเครน ระบุว่า ระบบจ่ายไฟบางส่วนของทางรถไฟไม่สามารถใช้งานได้ แต่นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเที่ยวรถ และไม่ได้มีผู้เสียชีวิต
ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า สามารถสกัดกันโดรนของยูเครนได้จำนวน 57 ลำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ในแคว้นครัสโนดาร์ กล่าวว่า โดรนของยูเครนส่งผลให้เกิดไฟไหม้เล็กน้อยที่คลังน้ำมัน และท่อน้ำมันได้รับความเสียหาย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่มากกว่า 100 รายถูกส่งตัวไปเพื่อระงับเหตุ
ทั้งนี้ รัสเซียและยูเครนเห็นชอบที่จะแลกเปลี่ยนนักโทษจำนวน 175 ราย โดยรัฐบาลรัสเซียกล่าวเพิ่มว่าจะปล่อยตัวนายทหารยูเครนจำนวน 23 ที่ได้รับบาดเจ็บด้วย
นอกจากนั้น นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลาง เปิดเผยว่า การเจรจาเพื่อบรรลุสันติภาพจะเริ่มขึ้นที่ซาอุฯ

