หน้าแรก ต่างประเทศ กลุ่มสิทธิอิน...

กลุ่มสิทธิอินโด นัดชุมนุมหน้ารัฐสภา ขวางผ่านร่างแก้กม.ทหาร ซัดเปิดช่อง นำกลับสู่ยุคทหารครองปท.

19.03.25 | 17:21 น.
แฟ้มภาพเอพี

กลุ่มสิทธิอินโด นัดชุมนุมหน้ารัฐสภา ขวางผ่านร่างแก้กม.ทหาร ซัดเปิดช่อง นำกลับสู่ยุคทหารครองปท.

กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิและองค์กรนักศึกษาในประเทศอินโดนีเซียออกมาเคลื่อนไหวเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ในการเรียกร้องให้รัฐสภาอินโดนีเซียปฏิเสธการแก้ไขกฎหมายทหารที่เป็นประเด็นถกเถียงอยู่ โดยชี้ว่าการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจะนำอินโดนีเซียย้อนกลับไปสู่ยุคมืดเหมือนดังเมื่อ 30 ปีก่อนที่ถูกอำนาจทหารครอบงำและก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมาย

เสียงเรียกร้องนี้มีขึ้นก่อนหน้าที่รัฐสภาอินโดนีเซียจะพิจารณาผ่านความเห็นชอบในการแก้ไขกฎหมายทหารในวันที่ 20 มีนาคมนี้ หลังจากคณะกรรมการกำกับดูแลการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้อนุมัติการแก้ไขดังกล่าวซึ่งจะเปิดทางให้มีการแต่งตั้งทหารเข้าไปดำรงตำแหน่งของฝ่ายพลเรือนได้เพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มสิทธิและองค์กรนักศึกษาจากกลุ่มต่างๆ ได้นัดที่จะรวมตัวชุมนุมกันที่หน้าอาคารรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ เพื่อคัดค้านการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวด้วย

กลุ่มสิทธิ Legal Aid Institute กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้จะนำอินโดนีเซียย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อนในยุคปกครองของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต ผู้นำเผด็จการทหาร ที่ให้กองทัพครอบงำกิจการพลเรือนและดำเนินการปราบปรามผู้เห็นต่าง

“การแก้ไขดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมทางนิติบัญญัติที่คุกคามชาวอินโดนีเซียและอนาคตของประชาธิปไตย” นายอาริฟ เมาลานา รองประธานของ Legal Aid Institute กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการกองกำลังปฏิบัติการพิเศษ แห่งกองทัพอินโดนีเซียมาก่อนและเป็นอดีตลูกเขยของนายพลซูฮาร์โต อดีตผู้นำอินโดนีเซียผู้ล่วงลับ ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากการที่เขาได้เพิ่มบทบาทของทหารมากขึ้นหลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีรัฐบาลอินโดนีเซียได้ปกป้องร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่าได้รวบรวมข้อห่วงกังวลต่างๆ ไว้และจะทำให้ลดลงด้วยการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ทหารจะต้องลาออกเสียก่อน จึงจะดำรงตำแหน่งฝ่ายพลเรือนได้

ด้านนายนิโก เซียฮาน ส.ส.จากพรรคการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอินโดนีเซีย ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลยังได้เพิ่มหน่วยงานที่สามารถแต่งตั้งทหารเข้าไปดำรงตำแหน่งได้ ซึ่งรวมถึงสำนักงานเลขาธิการแห่งรัฐ สำนักงานอัยการสูงสุด หน่วยงานปราบปรามการก่อการร้ายและหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด

ต่อประเด็นนี้นายอาริฟชี้ว่าการมีทหารปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงานอัยการสูงสุดจะส่งผลกระทบต่อความโปร่งใสของกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ทหารและยังมีความเสี่ยงที่กองทัพจะใช้ความรุนแรงในคราบของพลเรือน

ด้านนายอุสมาน ฮามิด จากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อินโดนีเซีย กล่าวให้เห็นถึงปัญหาว่า การปล่อยให้ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจการของพลเรือนมากขึ้น อาจนำไปสู่การใช้อำนาจโดยมิชอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการละเว้นโทษได้

อย่างไรก็ตาม นายบูดี จิวันโดโน รองประธานคณะกรรมการกำกับดูแลร่างกฎหมายทหารและเป็นหลานชายของประธานาธิบดีปราโบโวด้วย กล่าวว่า รัฐบาลขอรับประกันว่ารัฐบาลจะยึดมั่นส่งเสริมอำนาจพลเรือนเป็นอำนาจสูงสุด จะไม่มีการให้เจ้าหน้าที่ทหารดำรงตำแหน่งอยู่ในบริษัทรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นความพยายามที่จะดับข้อห่วงกังวลว่าทหารจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ