หน้าแรก ต่างประเทศ เมียนมาจัดเวท...

เมียนมาจัดเวทีวิชาการ ถกโลกหลากขั้วอำนาจ

25.03.25 | 09:00 น.

เมียนมาจัดเวทีวิชาการ ถกโลกหลากขั้วอำนาจ

สถานการณ์ในเมียนมาและการเลือกตั้งที่ล่าสุดรัฐบาลทหารเมียนมาประกาศว่าอาจจะจัดขึ้นในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า เป็นสิ่งที่โลกและไทย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเมียนมาให้ความสนใจ เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา องค์กร Myanmar Narrative Think Thank ภายใต้กระทรวงสารนิเทศของเมียนมา จัดงาน Myanmar Beyond 2025: Challenges and Opportunities in the Multipolar World ที่กรุงเนปิดอว์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจต่อสถานการณ์ในเมียนมาและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ไปจนถึงความท้าทายและโอกาสในภูมิทัศน์โลกในปี 2025

สำนักข่าวโกบอลนิวส์ไลท์ออฟเมียนมาได้รายงานเนื้อหาของงานดังกล่าวซึ่งมีความน่าสนใจ จึงนำมาสรุปให้ได้รับทราบกับ

นายอู เมาเมา อ่อง (U Maung Maung Ohn) รัฐมนตรีกระทรวงสารนิเทศของเมียนมา กล่าวว่า พลวัตในระเบียบโลกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐขนาดเล็กล้วนแต่โดนบีบบังคับให้ปฏิบัติตามกฎกติกาที่รัฐมหาอำนาจกำหนดไว้ อย่างไรก็ดีโลกกำลังเผชิญกับช่วงเปลี่ยนผ่าน ความหลากหลายทางขั้วอำนาจมีบทบาทสำคัญมากขึ้นและกำลังเข้ามาแทนที่ระเบียบโลกเดิมทั้งในลักษณะขั้วอำนาจเดียวและสองขั้วอำนาจ เห็นได้จากการก่อตัวของกลุ่มบริกส์ (กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว) ที่ประกอบไปด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีนและแอฟริกาใต้ โดยกติกาของความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับกฏบัตรของสหประชาชาติในการไม่แทรกแซงกิจการภายใน และเคารพในอธิปไตยของประเทศสมาชิก
การหลอมรวมความหลากหลายทางการเมืองเข้าด้วยกันเป็นสิ่งที่สำคัญต่อ การปกครองโลกในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นการกำจัดอิทธิพลของมหาอำนาจที่ฝังรากลึกในการบริหารจัดการโลกแล้วนั้น ยังเป็นเปิดประตูสู่ความร่วมมือในการแก้ไขความท้าทายต่างๆ เช่น การก่อการร้าย อาชญากรรมทางไซเบอร์ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วย
นายอู เมาเมา อ่อง เน้นย้ำด้วยว่า ระเบียบโลกในลักษณะขั้วอำนาจเดียวได้เดินทางมาถึงจุดจบและกำลังถูกแทนที่ด้วยความเป็นหลายขั้วอำนาจ ถ้าหากไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น ย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะตกขบวนและเลือนหายจากเวทีโลกไปในท้ายที่สุด ด้วยเหตุนี้รัฐขนาดเล็กและกำลังพัฒนาอย่างเมียนมา จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ ที่สำคัญ ประเทศขนาดเล็กอย่างเมียนมาถูกบีบบังคับและต้อนให้จนมุมมาเสมอในระเบียบโลกเดิม อย่างไรก็ดี ในระเบียบโลกใหม่ได้ให้ทางเลือกและกำลังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

ศาสตราจารย์จาง เวยเวย ของมหาวิทยาลัยฟูตั้น ประเทศจีน กล่าวว่า ความเป็นหลายขั้วอำนาจ มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การครอบครองขีปนาวุธ รวมถึงการเลือกปฏิบัติไม่ใช่สิ่งที่เป็นบรรทัดฐานของโลกธรรมาภิบาล ทั้งนี้ ระเบียบโลกที่มีความหลายหลายทางขั้วอำนาจกลายเป็นแบบแผนที่มีความสำคัญอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยจีน รัสเซีย และความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างกลุ่มบริกส์และอาเซียนก็มีบทบาทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาด้านเทคโนโลยีของจีนเติบโตมาโดยเสมอ ตั้งแต่ยุค 1980 ทำให้จีนก้าวเป็นผู้นำในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 จากความก้าวหน้าทางปัญญาประดิษฐ์ เช่น DeepSeek
ศาสตราจารย์จางระบุว่า “ร่วมมือและเจริญรุ่งเรือง” เป็นคำขวัญที่จีนยึดถือ มิใช่ “แบ่งแยกและปกครอง” อย่างที่ประเทศตะวันตกใช้ โดยคำขวัญดังกล่าวถูกนำมาปฏิบัติในการดำเนินในข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางหรือ BRI ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ซึ่งในปัจจุบันมีประเทศกว่า 150 ประเทศเข้าร่วมอย่างแข็งขันในโครงการจำนวนมากภายใต้ข้อริเริ่มนี้ BRI ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีความเข้มแข็ง ถ้าสหรัฐยังคงดำเนินนโยบายในลักษณะ “อเมริกาต้องมาก่อน” จะไม่ส่งผลอันดี ทั้งต่อประเทศอื่นๆ ในโลก และสหรัฐเองด้วย

Advertisement

นายมดาฟ คูมาร์ เนปัล อดีตนายกรัฐมนตรีเนปาล กล่าวว่า ขณะที่จีนและสหรัฐกลายเป็นคู่แข่งขันทางการค้าและเทคโนโลยี สหภาพยุโรป อินเดียและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มีอิทธิพลมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางขั้วอำนาจ เห็นได้ชัดที่เอเชียที่ไม่ได้เป็นประเทศที่เดินตามหลังประเทศอื่นอีกต่อไป แต่กลายเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในหลายมิติ

นายวิณต คูมาร์ อานันท์ นักวิชาการอาวุโสจากมูลนิธิวิเวกานันดาระหว่างประเทศของอินเดีย (VIF) แสดงความเห็นว่า การตัดสินใจของเมียนมาในการจัดการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2025 หรือมกราคม 2026 เป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง โดยการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจจะเปิดโอกาสให้เมียนมาก้าวสู่ยุคใหม่ และมีช่องทางเพื่อให้เกิดพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ การเติบโต ประกอบกับประชาชนชาวเมียนมาจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศและอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทายแต่เราสามารถก้าวไปสู่ความปรารถนาอันเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในสังคมของเรา ในประเทศของเรา และในโลกโดยรวมผ่านการมีส่วนร่วม การเจรจา การสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

เมื่อโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์จากวิกฤตการณ์หนึ่งไปอีกวิกฤตการณ์หนึ่ง ความหวังและความปรารถนาของเราอาจจะลดน้อยลง แต่เราไม่ควรหลงผิด เพราะสันติภาพเป็นกระบวนการที่เราต้องก่อสร้างทีละขั้นตอน เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงทั้งสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต

แม้ว่าขณะนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากเนื่องจากโลกแตกแยกมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น และประเทศคู่แข่งขันยังแข่งขันกันในหลากหลายมิติมากขึ้นอีกด้วย ทั้งด้านเศรษฐกิจไปจนถึงเทคโนโลยี

ขณะเดียวกันโลกาภิวัฒน์กำลังเผชิญกับความสั่นคลอน โดยมีสาเหตุมาจากความอ่อนแอและการล่มสลายของระบอบพหุภาคี ที่ทำให้ก่อเกิดความร่วมมือระหว่างประเทศ ขณะที่ลัทธิเอกภาคี ชาตินิยมสุดโต่ง และลัทธิประชานิยมได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศจำนวนมาก

การก้าวสู่อำนาจของรัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันส่งผลกระทบต่อระเบียบโลกให้ความสำคัญกับกฎกติการะหว่างประเทศ น่าเสียดายที่พลวัตเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประชาคมโลกต้องร่วมมือกันภายใต้ระบบพหุภาคีอย่างมากที่สุด เพื่อรับมือกับความท้าทายและภัยท้าทายระดับโลกที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแพร่ระบาดของโรค รวมถึงการโยกย้ายถิ่นฐาน

นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะในด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เปิดขอบเขตใหม่ของการเรียนรู้ ทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้มีความก้าวหน้าอย่างชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในทางกลับกันเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตรายและการทำลายล้างในระดับความรุนแรงที่เราที่ไม่สามารถจิตนาการได้เช่นเดียวกัน

เหนือสิ่งอื่นใด เป็นที่แน่ชัดว่า ระเบียบโลกที่เกิดขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือที่เรียกกันว่า ระเบียบโลกเสรีนั้น กำลังถูกแทนที่ด้วยระเบียบโลกใหม่ที่มีลักษณะของความหลากหลายทางขั้วอำนาจ ซึ่งได้ท้าทายความมีอำนาจนำของระเบียบโลกเดิม อย่างไรก็ดีอำนาจใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นกำลังแสวงหาการมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎระเบียบและการตัดสินใจในเวทีระหว่างประเทศ
ประเทศที่เคยถูกลดสถานะให้เป็นโลกที่สามมาเป็นเวลานานก็กำลังเติบโตขึ้นเช่นกันและกำลังแสดงให้เห็นถึงการมีอยู่ของพวกเขา รวมถึงกำลังแสวงหาช่องทางเพื่อที่เสียงของพวกเขาจะถูกได้ยินและได้รับความใส่ใจในเวทีระหว่างประเทศ

เห็นได้ชัดว่าในการสร้างระเบียบโลกพหุภาคีขึ้นใหม่ โครงสร้างสำหรับการรักษาสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของเราจะต้องรองรับความเป็นจริงและความท้าทายใหม่เหล่านี้ มิเช่นนั้นเราจะมุ่งหน้าสู่การหยุดชะงัก ความไม่แน่นอน และทำให้เกิดความไม่มั่นคงมากขึ้น
สถานการณ์โลกในปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับภัยคุกคามด้านความมั่นคง ไม่มีประเทศใดสามารถเสริมสร้างความมั่นคงของตนได้ด้วยตนเองแต่เพียงลำพัง แต่สามารถแก้ไขได้ภายใต้กรอบพหุภาคีและต้องอาศัยความร่วมมือรวมถึงความพยายามระหว่างประเทศร่วมกันเท่านั้น

ทุกประเทศกำลังอยู่ในเรือลำเดียวกัน ท่ามกลางพายุและความปั่นป่วนที่สาหัส เราจำเป็นต้องสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งและความร่วมมือในฐานะประชาคมที่อาศัยอยู่ในโลกใบเดียวกันจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้ง ทุกประเทศต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และมีความมุ่งมั่นปรารถนาเดียวกัน จึงจะสามารถจัดการกับความท้าทาย รวมถึงสร้างโอกาสให้เกิดสันติภาพที่ยั่นยืนและความเจริญรุ่งเรืองสำหรับทุกประเทศด้วย

ศาสตราจารย์อเล็กซานเดอร์ ดูกินจากรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซีย จีน อินเดีย และประเทศที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ มีอิทธิพลสำคัญต่อความหลากหลายทางขั้วอำนาจ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากทัศนคติของสหรัฐเล็กน้อย ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญคือสหรัฐจะสามารถมีอำนาจนำได้ต่อไปหรือเผชิญกับจุดจบ นั่นก็ขึ้นอยู่กับสหรัฐเอง โดยต้องยอมรับว่าความสำคัญที่มากขึ้นของระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจนั้นเป็นข้อเท็จจริง และอาจกล่าวได้ว่าโลกในขั้วอำนาจเดิมได้สิ้นสุดแล้ว