ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงต่อ ข้อจำกัดขายชิปมะกันทำหุ้น Nvidia ร่วง 8% ทองพุ่งทำสถิติอีกรอบ 3.2%
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่องในวันที่ 16 เมษายน หลังรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศข้อจำกัดในการขายชิปให้กับจีน ขณะที่จีนประกาศคุมการขายแร่หายากให้กับสหรัฐ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีศุลกากรที่ยังดำเนินต่อไป จนทำให้ผู้คนพากันหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ที่พุ่งทำสถิติใหม่อีกครั้งในวันดังกล่าว
หลังสหรัฐประกาศข้อกำหนดใบอนุญาตส่งออกใหม่สำหรับการขายชิปปัญญาประดิษฐ์ของ Nvidia ไปยังจีน Nvidia ระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลจะทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ไปถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หุ้นของบริษัทก็ร่วงลงถึง 8%
ดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ลดลง 1.8% ดัชนี S&P 500 ลดลง 2.5% และดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี ลดลง 3.6% ขณะที่ดัชนี MSCI ของหุ้นทั่วโลก ลดลงประมาณ 1%
หุ้นยุโรปก็ปรับลดลงเช่นกัน โดยดัชนี STOXX 600 ลดลง 0.2% ด้านหุ้นเอเชียถูกเทขายเพิ่มขึ้นในช่วงบ่ายวันพุธ โดยดัชนี MSCI ที่ครอบคลุมหุ้นเอเชียแปซิฟิกนอกประเทศญี่ปุ่น ลดลง 0.8% ทำลายสถิติการขึ้นราคาติดต่อกัน 4 วัน
หุ้นบลูชิป CSI300 ของจีน เพิ่มขึ้น 0.3% เนื่องจากนักลงทุนยังซึมซับกับข้อมูลตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสแรกของจีนที่เติบโตแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ แต่ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงลดลง 1.9%
เมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้สั่งให้มีการสอบสวนภาษีนำเข้าแร่ธาตุที่สำคัญทั้งหมด นอกเหนือไปจากการตรวจสอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาและชิป ขณะที่จีนยังคงเล่นบทแข็งกร้าว โดยมีรายงานว่าจีนได้สั่งให้สายการบินระงับการส่งมอบเครื่องบินโบอิ้งจากสหรัฐแล้ว
พอล คริสโตเฟอร์ นักกลยุทธ์จาก Wells Fargo Investment Institute เขียนในบันทึกถึงลูกค้าว่า “ตลาดทุนยังคงติดอยู่ระหว่างข่าวเกี่ยวกับภาษีศุลกากรใหม่ กับการเกาะติดเรื่องการเจรจาและการระงับภาษีศุลกากร”
นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มองว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐดูเหมือนจะชะลอตัวลง โดยระบุว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และการรีบเร่งนำเข้าสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการประมาณการ GDP ในประเทศ
ข้อมูลเมื่อวันพุธยังแสดงให้เห็นว่ายอดขายปลีกของสหรัฐพุ่งสูงขึ้นในเดือนมีนาคม เนื่องจากครัวเรือนเร่งซื้อรถยนต์ก่อนการจัดเก็บภาษีทรัมป์ แต่ความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในภาพรวมก็ตาม
กระนั้นก็ดี ทำเนียบขาวกล่าวว่า ทรัมป์เปิดใจที่จะทำข้อตกลงการค้ากับจีน แต่ปักกิ่งควรเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
ความไม่แน่นอนและสงครามการค้าทำให้ราคาทองคำ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยพุ่งทำลายสติถิอีกรอบ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งที่ 3,331 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 3.2%
ธนาคาร ANZ ของออสเตรเลียคาดการณ์ว่า ราคาทองคำอาจจะพุ่งแตะระดับ 3,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี เนื่องจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยดังกล่าว เพื่อเป็นแหล่งหลบภัยจะเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่ราคาเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น 6 สกุล ร่วงลง 0.7% สู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2022 ซึ่งเป็นสัญญาณว่านักลงทุนยังคงระมัดระวังสินทรัพย์ของสหรัฐ
คริส แซกคาเรลลี หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของ Northlight Asset Management ระบุในอีเมลว่า เป็นไปได้มากที่ผู้บริโภคกำลังซื้อของล่วงหน้า และเราอาจเห็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นแบบเทียม ซึ่งตลาดน่าจะต้องนำมาประกอบการพิจารณา ส่วนราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นราว 1.8% ในวันพุธ พลิกกลับมาจากการร่วงลงในช่วงเช้า เนื่องจากตลาดมีมุมมองเชิงบวกต่อท่าทีของจีนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าที่อาจเกิดขึ้นกับสหรัฐ แม้ว่าจะมีความกลัวอย่างต่อเนื่องว่าสงครามการค้าจะจำกัดความต้องการใช้พลังงานก็ตาม
ส่วนสกุลเงินดิจิทัล ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้น 0.7% เป็น 84,604 ดอลลาร์ แต่ก็ยังถือว่าลดลงเกือบ 10% ในรอบปี

