People in Focus : ‘เยนส์-เฟรดเดอริก นีลเซน’ นายกฯอายุน้อย กับภาระอันหนักอึ้ง

18.04.25 | 10:00 น.
Reuters

People in Focus : ‘เยนส์-เฟรดเดอริก นีลเซน’ นายกฯอายุน้อย กับภาระอันหนักอึ้ง

ตั้งแต่ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวาระแรก เขาแสดงความประสงค์ในการซื้อกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงของประเทศ ทันทีที่ทรัมป์กลับมานั่งบัลลังก์ทำเนียบขาว การยึดครองกรีนแลนด์ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเป็นหนึ่งในวาระสำคัญ

เมื่อเดือนมีนาคม กรีนแลนด์ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ในวัยเพียง 33 ปี นายเยนส์-เฟรดเดอริก นีลเซน ต้องเผชิญกับภาระอันหนักอึ้งต่อความเสี่ยงในการสูญเสียอธิปไตย โดยแม้ว่ากรีนแลนด์จะเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก แต่ก็เป็นเขตปกครองตนเอง ทั้งยังเคยมีฉันทามติว่าในที่สุดแล้วกรีนแลนด์จะกลายเป็นดินแดนเอกราชด้วย

หลังจากที่นีลเซนเข้ารับพิธีสาบานตน เขากล่าวในที่แถลงข่าวในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรกว่า ในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังอยู่ภายใต้ความกดดัน เราจะต้องยืนหยัดอยู่ร่วมกัน อีกทั้ง จากวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจของนีลเซนที่ต้องการแทนที่การพึ่งพิงเงินอุดหนุนของเดนมาร์กด้วยการพัฒนาด้านธุรกิจ รวมถึงการสร้างเศรษฐกิจที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ภายในกรีนแลนด์ แสดงให้เห็นว่า การได้มาซึ่งเอกราชและอธิปไตยเป็นเป้าหมายสำคัญ

ทั้งนี้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากที่สหรัฐบุกเข้ากรีนแลนด์ ก็ได้สร้างฐานปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งยังคงถูกใช้อยู่และมีทหารประจำการมาจนถึงปัจจุบัน ในขณะเดียวกัน กรีนแลนด์และสหรัฐยังมีข้อตกลงทางทหารที่ทำให้สหรัฐสามารถสร้างและใช้ฐานทัพที่ตั้งอยู่ในกรีนแลนด์ได้ด้วย ที่สำคัญ หากรัสเซียต้องการโจมตีสหรัฐด้วยอาวุธนิวเคลียร์ กรีนแลนด์เป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุด ส่งผลให้กรีนแลนด์มีนัยสำคัญต่อความมั่นคงของสหรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Advertisement

นอกจากนั้น กรีนแลนด์เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล ตั้งแต่ลิเธียม แฮฟเนียม ยูเรเนียม ทองคำ น้ำมันไปจนถึงก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงาน ประกอบการที่สภาพภูมิอากาศกำลังผันผวนอย่างหนักทำให้น้ำแข็งที่ปกคลุมละลาย และส่งผลให้การขุดแร่หายากที่กรีนแลนด์ครอบครองขึ้นมาใช้ได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้ง การเข้าถึงแร่หายากที่อยู่ในกรีนแลนด์ยังเป็นการลดการพึ่งพาของสหรัฐที่มีต่อจีนในการนำเข้าแร่หายาก ที่จีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก

กระนั้นก็ดี จากมาตรการภาษีต่างตอบแทนของรัฐบาลสหรัฐที่อาจทำให้สหรัฐกลายเป็นประเทศโดดเดี่ยวตัวเอง และลดทอนอิทธิพลของตนในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่ความหลากหลายทางขั้วอำนาจกำลังทวีความสำคัญขึ้นทุกขณะ การที่สหรัฐจะทำอะไรทำอำเภอใจไม่น่าจะเป็นเรื่องง่ายอีกต่อไป