ศาลสูงสุดสั่งรัฐบาลทรัมป์ ห้ามเนรเทศชาวเวเนฯโดยใช้พ.ร.บ.พิเศษ
สำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีรายงานว่า ศาลสูงสุดของสหรัฐได้มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 19 เมษายน ให้รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์หยุดการเนรเทศผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกของแก๊งอาชญากรรมชาวเวเนซุเอลาโดยใช้พระราชบัญญัติศัตรูต่างดาว ค.ศ.1798
ผู้พิพากษาศาลสูงสุดระบุว่า มีคำสั่งให้รัฐบาลระงับการส่งตัวผู้ต้องขังคนใดออกจากสหรัฐจนกว่าศาลจะมีคำสั่งต่อไป ขณะที่ผู้พิพากษาสายอนุรักษ์นิยม 2 ท่านได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าว ซึ่งออกเมื่อเวลา 00:55 น. ตามเวลาท้องถิ่น
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ใช้พระราชบัญญัติศัตรูต่างดาว ค.ศ.1798 ซึ่งมอบอำนาจให้กับประธานาธิบดีในการจับกุมและเนรเทศคนพื้นเมืองหรือพลเมืองที่ถือเป็นศัตรูกับรัฐโดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามแนวทางปกติ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมักใช้ในช่วงสงครามเท่านั้น แต่ทรัมป์ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวในการเนรเทศผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มอาชญากรรม Tren De Aragua ของเวเนซุเอลาที่รัฐบาลทรัมป์ระบุให้เป็นกลุ่มก่อการร้าย โดยชาวเวเนซุเอลาจำนวน 261 คนที่ถูกเนรเทศเมื่อเดือนมีนาคมไปยังเรือนจำขนาดใหญ่ในประเทศเอลซัลวาดอร์นั้น ในจำนวนนี้ 137 คนถูกเนรเทศโดยใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว
ต่อมา ศาลชั้นต้นได้ขัดขวางการเนรเทศดังกล่าวชั่วคราวในวันที่ 15 มีนาคม ก่อนที่ศาลสูงสุดจะตัดสินในวันที่ 8 เมษายน ว่าทรัมป์สามารถใช้พระราชบัญญัติศัตรูต่างดาว ค.ศ.1798 ในการเนรเทศผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกแก๊งอาชญากรได้ แต่ผู้ที่ถูกเนรเทศจะต้องมีโอกาสที่จะอุทธรณ์การถูกเนรเทศ
ต่อมา สหภาพเสรีภาพพลเรือนอเมริกัน (ACLU) ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐต่อศาลหลายแห่ง รวมถึงศาลสูงสุด ให้มีมาตรการเร่งด่วนหลังมีรายงานว่ามีผู้ชายชาวเวเนซุเอลากลุ่มหนึ่งที่ถูกจับกุมในตอนเหนือของรัฐเท็กซัสได้รับแจ้งเป็นภาษาอังกฤษว่าพวกเขากำลังจะถูกเนรเทศเร็วๆนี้ แม้ว่าชายกลุ่มนี้พูดได้แค่ภาษาสเปน และไม่มีการบอกถึงสิทธิของพวกเขาในการคัดค้านการเนรเทศต่อศาลรัฐบาลกลาง

