หน้าแรก ต่างประเทศ เปิดพระประวัต...

เปิดพระประวัติ โป๊ปฟรานซิส ผู้นำองค์ที่ 266 แห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก

21.04.25 | 16:10 น.
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก (แฟ้มภาพเอพี)

เปิดพระประวัติ โป๊ปฟรานซิส ผู้นำองค์ที่ 266 แห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก

การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หรือ โป๊ปฟรานซิส ประมุของค์ที่ 266 แห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 21 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น สร้างความตกตะลึงและเศร้าเสียใจไม่เพียงต่อชาวคริสเตียนทั้งเท่านั้นแต่รวมถึงผู้คนทั่วโลก

โป๊ปฟรานซิส ทรงนับเป็นพระประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่มีบทบาทโดดเด่นพระองค์หนึ่ง นับจากทรงได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปา เมื่อวันที่ 13 มีนาคมปี 2013 โดยทรงนับเป็นสันตะปาปาพระองค์แรกที่มาจากทวีปอเมริกาและซีกโลกใต้ และยังเป็นพระองค์แรกที่เกิดหรือเติบโตนอกทวีปยุโรปนับตั้งแต่สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 3 ในศตวรรษที่ 8 ซึ่งเป็นชาวซีเรีย

โป๊ปฟรานซิส มีพระเดิมว่า ฮอร์เฆ มาริโอ แบร์โกกลิโอ เป็นชาวอาร์เจนตินา เกิดที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมปีค.ศ.1936 หลังจากพระองค์ทรงเคยป่วยหนัก พระองค์ทรงได้ออกบวชในปี 1969 และนับจากปี 1973-1979 ทรงดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเยซูอิตในประเทศอาร์เจนตินา ก่อนก้าวขึ้นเป็นอัครสังฆราชแห่งกรุงบัวโนสไอเรสในปี 1998 และได้รับการแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัลในปี 2001 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ในขณะนั้น

โป๊ปฟรานซิสยังทรงนำคริสตจักรอาร์เจนตินาในช่วงเกิดเหตุจลาจลรุนแรงในประเทศอาร์เจนตินาช่วงเดือนธันวาคมปี 2001 จากการเป็นผู้นำทางศาสนาที่ทรงอิทธิพลดังกล่าว ทำให้ผู้นำรัฐบาลอาร์เจนตินาในขณะนั้นมองว่าพระองค์ทรงเป็นคู่แข่งทางการเมือง
หลังการลาออกของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 14 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ปี 2013 ได้มีการประชุมคณะพระคาร์ดินัลเพื่อทำการเลือกประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกพระองค์ใหม่ ซึ่งที่ประชุมคณะพระคาร์ดินัลขณะนั้นได้ลงมติเลือก แบร์โกกลิโอ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่เมื่อวันที่ 13 มีนาคม โดยพระองค์เลือกชื่อ ฟราสซิส เป็นพระนามสันตะปาปาของพระองค์เองเพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี

Advertisement

ตลอดช่วงชีวิตในการรับใช้ศาสนจักร โป๊ปฟรานซิสได้รับการยกย่องในเรื่องความถ่อมตน การเน้นถึงพระเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า ทรงมีความห่วงใยต่อคนยากจนและความมุ่งมั่นในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างศาสนา พระองค์ยังทรงเป็นที่รับรู้ว่าทรงไม่เคร่งในเรื่องพิธีรีตองที่เป็นทางการเท่าไรนักเมื่อเทียบกับพระสันตะปาปาองค์ก่อนๆ เช่นพระองค์ทรงเลือกประทับที่บ้านรับรองแขก Domus Sanctae Marthae มากกว่าที่จะประทับอยู่ที่พระราชวัง Apostolic Palace ซึ่งเป็นสถานที่ประทับอย่างเป็นทางการของประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกเหมือนดังสมเด็จพระสันตะปาปาที่ผ่านมา

โป๊ปฟรานซิสยังรับช่วงมรดกของการนำศาสนจักรในช่วงเวลาที่ถูกโจมตีด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเด็กที่รุมเร้าคริสตจักรและความแตกแยกภายในระบบบริหารของสำนักวาติกัน ทว่าในเวทีระหว่างประเทศโป๊ปฟรานซิสกลับกลายเป็นเหมือนซูเปอร์สตาร์ระดับโลกที่สามารถดึงดูดผู้คนจำนวนมากที่เปี่ยมด้วยศรัทธามาร่วมฟังคำเทศนาในทุกการเสด็จเยือนต่างประเทศของพระองค์ โดยพระองค์ยังทรงทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการส่งเสริมการสนทนาธรรมระหว่างศาสนาและสันติภาพจนแม้กระทั่งถึงลมหายใจสุดท้าย