สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เตรียมลงนามในคำสั่งผู้บริหารฉบับใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อระบุให้เห็นถึงการข่มเหงหรือประพฤติในทางไม่ถูกต้อง อันเป็นเหตุให้สหรัฐขาดดุลการค้ามหาศาล และควบคุมจำกัดมาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดและต่อต้านการอุดหนุนภาษีสินค้านำเข้าที่ไม่สามารถจ่ายเงินได้ ในวันที่ 31 มีนาคมนี้
คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับนี้มีขึ้นในช่วงเวลาที่นายทรัมป์เตรียมพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ของจีนเป็นครั้งแรกที่รัฐฟลอริดา ของสหรัฐในสัปดาห์หน้า ที่ประเด็นด้านการค้าเป็นต้นเหตุสำคัญของความตึงเครียด โดยจีนเป็นประเทศที่ทำให้สหรัฐขาดดุลการค้ามากที่สุดจากจำนวน 734,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนายทรัมป์ทวีตข้อความว่า การพบปะกันครั้งนี้จะเป็น “ครั้งที่ยากลำบากมากครั้งหนึ่ง”
คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับนี้จะช่วยให้นายทรัมป์สามารถทำได้ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้เมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้ง ในการต่อสู้กับปริมาณการนำเข้าสินค้ามายังสหรัฐที่ไม่เป็นธรรม
นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า เนื้อหาส่วนหนึ่งในคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับนี้คือให้กระทรวงพาณิชย์และผู้แทนการค้าสหรัฐจัดทำรายงานทบทวนครั้งใหญ่เพื่อหาสาเหตุสำคัญที่ทำให้สหรัฐขาดดุลการค้า ซึ่งรวมถึงการประพฤติไม่ถูกต้องทางการค้า อาทิ การทุ่มตลาดด้วยราคาสินค้าที่ต่ำกว่าต้นทุนและการจ่ายเงินอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรม พฤติกรรมการค้าที่ไม่เอื้อประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย และประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงินไม่ให้อยู่ในอัตราที่ควรจะเป็น
นายรอสส์ระบุด้วยว่า รายงานของสหรัฐจะพินิจพิเคราะห์ถึงกฎขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ที่ปฏิบัติต่อแต่ละประเทศอย่างไม่เท่าเทียม อาทิ ในเรื่องภาษีด้วย

