วาติกัน เชิญพระศพโป๊ปฟรานซิส ประดิษฐานยังมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เปิดให้ปชช.ถวายสักการะ 3 วัน
เมื่อวันที่ 23 เมษายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ระฆังแห่งมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ดังกังวานขึ้นขณะพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ถูกเชิญออกจากโบสถ์คาซาซานตา มาร์ตาในสถานที่ประทับของพระองค์ โดยมีคณะพระคาร์ดินัลและทหารองครักษ์สวิสซึ่งทำหน้าที่อารักขาพระสันตะปาปานำขบวน ก่อนเคลื่อนไปตามถนนเพื่อไปประดิษฐานยังมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าร่วมถวายสักการะพระศพเป็นครั้งสุดท้าย หลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ด้วยภาวะหลอดเลือดสมองและหัวใจล้มเหลวเมื่อวันที่ 21 เมษายน ขณะทรงมีพระชนมายุ 88 พรรษา

ก่อนพิธีเคลื่อนพระศพจะเริ่มขึ้น พระคาร์ดินัลเควิน ฟาร์เรลล์ ชาวไอริช-อเมริกัน ผู้ดูแลสำนักวาติกันระหว่างรอเลือกสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ ซึ่งเป็นผู้นำประกอบพิธี กล่าวว่า พี่น้องที่รักด้วยความเศร้าอย่างสุดซึ้ง พวกเราจะร่วมกันส่งพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสของเราไปยังมหาวิหารวาติกัน
จากนั้นได้มีการอัญเชิญพระศพที่บรรจุในโลงเปิดซึ่งทำจากไม้แบบเรียบง่ายขึ้นบนแท่นไม้ให้คณะผู้แบกพระศพนำขึ้นบ่าเคลื่อนออกจากคาซาซานตา มาร์ตา ผ่านซุ้มประตูของนครวาติกันเข้าสู่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ โดยมีพระคาร์ดินัลเดินตามหลังและทหารองค์รักษ์สวิสในชุดเครื่องแบบสีทองและน้ำเงินเดินอารักขาขนาบสองฝั่งของขบวนพระศพ
ท่ามกลางประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมากที่แห่แหนกันมารอรับขบวนพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาผู้ล่วงลับจนแน่นขนัดลานจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ โดยตลอดที่ขบวนพระศพเคลื่อนผ่าน ฝูงชนที่มารอรับนับหลายพันคนได้พากันปรบมือซ้ำๆ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของชาวอิตาลีในการแสดงความเคารพต่อบุคคลสำคัญในโอกาสเช่นนี้

พระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาจะประดิษฐาน ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เพื่อให้ประชาชนได้ถวายสักการะเป็นเวลา 3 วัน ก่อนหน้าที่พิธีพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะกำหนดมีขึ้นในเวลา 10.00 น.ของวันที่ 26 เมษายนนี้ ซึ่งจะมีผู้นำโลกจากหลายชาติรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เดินทางมาร่วมพิธีพระศพของประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิกด้วย




