‘ทรัมป์’ อัด ’เซเลนสกี’ ทำลายเจรจาสันติภาพ หลังไม่ยอมรับรัสเซียครองไครเมีย
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐได้ออกมาวิจารณ์ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนอีกครั้ง ในวันที่ 23 เมษายน ว่าทำลายการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามยูเครนกับรัสเซีย หลังเซเลนสกีปฏิเสธที่จะยอมรับว่าแคว้นไครเมียเป็นของรัสเซีย
นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวระหว่างเดินทางเยือนประเทศอินเดียว่า ถึงเวลาแล้วที่รัสเซียและยูเครนจะต้องยอมรับข้อเสนอของสหรัฐ ไม่อย่างนั้นสหรัฐจะถอนตัวออกจากการเจรจาสันติภาพ โดยสหรัฐเสนอให้มีการ “แช่แข็ง” เส้นแบ่งเขตแดนให้ใกล้เคียงกับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และการแก้ปัญหาทางการทูตในระยะยาวซึ่งหวังว่าจะนำไปสู่สันติภาพในระยะยาว
แวนซ์ กล่าวว่าทั้งยูเครนและรัสเซียจะต้องยอมเสียดินแดนบางส่วนที่แต่ละคนยึดครองอยู่ ด้านเซเลนสกีกล่าวย้ำในวันที่ 22 เมษายน ว่ายูเครนจะไม่มีวันยอมยกดินแดนไครเมียให้กับรัสเซีย หลังรัสเซียได้ผนวกแคว้นไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายในปี 2014 เซเลนสกีกล่าวว่าไม่มีอะไรที่จะต้องคุยในเรื่องนี้ และเรื่องนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญของเรา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ว่าสหรัฐต้องการจะยอมรับอำนาจอธิปไตยของรัสเซียในแคว้นไครเมียหรือไม่ ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวว่าเราแค่ต้องการเห็นสงครามยูเครนยุติลง และเขาไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด แค่ต้องการเห็นการบรรลุข้อตกลง แต่ทรัมป์ชี้ว่าถ้อยแถลงของเซเลนสกีทำให้การบรรลุข้อตกลงสันติภาพทำได้ยากขึ้น
ต่อมา ทรัมป์โพสต์ข้อความลงบนทรูธ โซเชียล แพลตฟอร์มออนไลน์ของเขา ว่าข้อตกลงที่จะยุติสงครามนั้นเข้าใกล้ที่จะบรรลุแล้ว แต่การที่เซเลนสกีไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐทำให้ความขัดแย้งลากยาวออกไป ทรัมป์กล่าวด้วยว่าเขาคิดว่ารัสเซียพร้อมที่จะยอมรับข้อตกลง โดยเชื่อว่าสหรัฐใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับรัสเซียแต่ยังห่างไกลจากเรื่องนั้นกับยูเครน และในตอนแรกตนคิดว่าการตกลงกับเซเลนสกีจะง่ายกว่า แต่ในความเป็นจริงกลับทำได้ยากกว่า
นางแคโรลีน เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐกล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐกำลังผิดหวังและใกล้หมดความอดทน

