
สัมพันธ์สะบั้น! อินเดียสั่งยกเลิกวีซ่า ไล่เจ้าหน้าที่ทูตปากีฯ หลังเหตุโจมตีแคชเมียร์
จากเหตุการณ์มือปืนกราดยิงใส่นักท่องเที่ยวในเมืองพาฮาลแกมของแคชเมียร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย ถือเป็นการโจมตีที่ร้านแรงที่สุดในรอบสองทศวรรษ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ซึ่งต่อมา กองกำลังต่อต้านแคชเมียร์ออกมายอมรับว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว
เมื่อวันที่ 23 เมษายน อินเดียประกาศมาตรการลดระดับความสัมพันธ์กับปากีสถาน โดย นายวิกรม มิศรี รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย แถลงว่า กรณีที่ประเทศเพื่อนบ้านมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีแคชเมียร์ได้ถูกพูดคุยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีความมั่นคงพิเศษ และได้ตัดสินว่าจะดำเนินการตอบโต้ปากีสถาน
พร้อมกันนี้ รัฐบาลอินเดียจะระงับการดำเนินการตามข้อตกลงแม่น้ำสินธุปี 1960 ในทันที จนกว่าปากีสถานจะยุติการให้การสนับสนุนผู้ก่อการร้ายชายแดน โดยสนธิสัญญานี้เป็นข้อกำหนดในการแบ่งเขตพื้นที่ ตลอดจนวางหลักเกณฑ์ในการแบ่งปันทรัพยากรในน้ำ ส่งผลให้ปากีสถานจะไม่สามารถใช้น้ำร่วมกับอินเดียได้ ขณะที่ไฟฟ้าพลังงานน้ำและการชลประทานก็พึ่งพาน้ำจากแม่น้ำจากฝั่งอินเดียเป็นอย่างมาก
อีกทั้ง อินเดียได้ปิดประตูชายแดนระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวในการเข้าออก เนื่องจากไม่มีเส้นทางการบินเดินทางระหว่างสองประเทศโดยตรง พร้อมกล่าวว่า ชาวปากีสถานที่ข้ามชายแดนมาที่อินเดียสามารถใช้เส้นทางนี้เดินทางกลับก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม
มิศรีกล่าวเพิ่มว่า ชาวปากีสถานจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางมาที่อินเดียภายใต้วีซ่าพิเศษของภูมิภาคเอเชียใต้ และวีซ่าทั้งหมดในปัจจุบันได้ถูกยกเลิก โดยชาวปากีสถานที่กำลังอยู่ในอินเดียด้วยวีซ่านั้นๆ มีเวลา 48 ชั่วโมงในการออกจากประเทศ
มิศรีประกาศด้วยว่า เจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาด้านกลาโหมในคณะทูตของปากีสถานประจำกรุงนิวเดลี ถูกประกาศให้เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ และต้องออกจากอินเดียภายในหนึ่งสัปดาห์ อีกทั้ง อินเดียถอนเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาด้านกลาโหมของอินเดียออกจากปากีสถาน พร้อมกับลดจำนวนเจ้าหน้าที่ในสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามาบัด จาก 55 คนเหลือ 30 คนด้วย
กรณีนี้ยิ่งทวีความความสั่นคลอนด้านความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ เมื่อปี 2019 หลังจากที่อินเดียยกเลิกสถานะพิเศษของแคชเมียร์ ปากีสถานเนรเทศทูตพิเศษของอินเดีย และไม่ได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำกรุงนิวเดลีนับตั้งแต่นั้น ทั้งยังได้ยกเลิกเส้นทางรถไฟไปอินเดีย ไปจนถึงแบนภาพยนตร์อินเดีย
ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์ข้างต้นยังถูกมองว่า จากการที่นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียและพรรคภารตียชนตา (บีเจพี) ที่มีแนวคิดชาตินิยมฮินดู เพิกถอนสถานะกึ่งปกครองตนเองของแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม พร้อมกับอ้างว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ เพราะนำมาซึ่งสันติภาพและการพัฒนาในภูมิภาคดังกล่าว เป็นความล้มเหลว
ด้าน นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เรียกประชุมคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติในช่วงเช้าของวันที่ 24 เมษายน เพื่อตอบโต้มาตรการของอินเดีย ตามที่ นายอิชาก ดาร์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศปากีสถาน ได้เปิดเผยผ่านบัญชีเอ็กซ์ส่วนตัว
