หน้าแรก ต่างประเทศ เชื่อใครดี! ท...

เชื่อใครดี! ทรัมป์ ยัน มะกันถกการค้าจีนจริง หลังปักกิ่งปัดไม่เคยคุย

25.04.25 | 09:18 น.
President Donald Trump arrives at Leesburg Executive Airport on Marine One in Leesburg, Va., Thursday, April 24, 2025, en route to Trump National Golf Club Washington DC in Sterling, Va. (AP Photo/Jacquelyn Martin)

เชื่อใครดี! ทรัมป์ ยัน มะกันถกการค้าจีนจริง หลังปักกิ่งปัดไม่เคยคุย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันที่ 24 เมษายน ตามเวลาสหรัฐว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนกำลังดำเนินอยู่ ซึ่งเป็นการตอบโต้คำกล่าวของทางการจีนที่ระบุก่อนหน้านี้ว่า ยังไม่มีการพูดคุยใดๆ กับสหรัฐเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของสงครามการค้าที่กำลังเกิดขึ้น ตามที่ทรัมป์ได้กล่าวอ้าง

“พวกเขาประชุมกันเมื่อเช้านี้” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว โดยปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า “พวกเขา” ที่ตนเองระบุถึงคือใคร โดยกล่าวว่า “มันไม่สำคัญว่า ‘พวกเขา’ คือใคร เราอาจเปิดเผยในภายหลัง แต่พวกเขาประชุมกันเมื่อเช้า และเราก็ได้หารือกับจีนแล้ว”

การออกมายืนยันโดยปราศจากรายละเอียดของทรัมป์มีขึ้นหลังจากหนึ่งวันก่อนหน้านี้ ทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงต่างประเทศจีนออกมายืนยันว่า ยังไม่มีการเจรจาการค้าใดๆ กับวอชิงตัน แม้ว่าทางการสหรัฐจะกล่าวหลายครั้งว่ามีการติดต่อกันกับจีนแล้วก็ตาม

กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างแถลงข่าวในวันพฤหัสบดีตามเวลาในจีนว่า จีนและสหรัฐยังไม่ได้มีการปรึกษาหารือหรือเจรจาใดๆ เกี่ยวกับภาษีศุลกากร ไม่ต้องพูดถึงการบรรลุข้อตกลงใดๆ พร้อมระบุว่ารายงานที่ออกมาเป็นข่าวเท็จ

Advertisement

ด้านเหอ ย่าตง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวระหว่างแถลงข่าวในวันเดียวกันว่า หากสหรัฐต้องการแก้ปัญหาการค้าอย่างแท้จริง ก็ควรยกเลิกมาตรการภาษีฝ่ายเดียวทั้งหมดที่ใช้กับจีน เพราะคนที่ผูกกระดิ่งไว้ ก็ต้องเป็นคนที่แก้มันออกเอง พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐรับฟังเสียงที่มีเหตุมีผลจากประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงจากภาคส่วนต่างๆ ภายในประเทศสหรัฐเองด้วย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งเปิดเผยว่า มีการเจรจาแบบพบหน้าของเจ้าหน้าที่ระดับล่าง และมีการโทรศัพท์หารือระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศในสัปดาห์นี้

แถลงการณ์ที่ขัดแย้งกันของสหรัฐและจีนสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนและการสื่อสารที่ตึงเครียดในสงครามการค้าครั้งนี้ ซึ่งได้เพิ่มความผันผวนให้กับตลาดโลก และยิ่งทำให้ความเสียหายทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายยืดเยื้อออกต่อไป

ภาคธุรกิจของสหรัฐต้องเผชิญกับต้นทุนการนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ผู้ส่งออกของจีนกำลังถูกบีบจากความต้องการสินค้าจากสหรัฐที่ลดลงเช่นเดียวกัน จากการที่ทั้งสองประเทศได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าตอบโต้กันไปมามากกว่า 100% หลังจากที่ฝ่ายสหรัฐได้เล่นงานจีนก่อน

กระนั้นก็ดี ทรัมป์และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง กล่าวในสัปดาห์นี้ว่า อาจมีการผ่อนคลายความตึงเครียดกับจีน โดยเบสเซนต์กล่าวเมื่อวันพุธว่า ภาษีศุลกากรที่สูงเกินไประหว่างสหรัฐกับจีนจำเป็นต้องลดลงก่อนที่การเจรจาทางการค้าจะดำเนินต่อไปได้ และการลดความตึงเครียดนั้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สองประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกสามารถปรับสมดุลความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันได้

ขณะที่ในวันพฤหัส จีนได้ออกมาชี้แจงว่ายังไม่มีการเจรจาการค้ากับสหรัฐ แม้จะมีถ้อยแถลงหลายครั้งจากรัฐบาลสหรัฐที่ระบุว่ามีการติดต่อกันแล้ว โดยเฉพาะจากทรัมป์ที่กล่าวว่า ทั้งสองประเทศมีการติดต่อกันโดยตรงแล้วก็ตาม ก่อนที่ทรัมป์จะออกมายืนยันคำกล่าวของเขาอีกครั้งว่าตามข้อความล่าสุดข้างต้น