
เจ้าหน้าที่ยูเครนรับอาจต้องยอมทิ้งดินแดนชั่วคราว โพลชี้ ปชช.ยอมเสียไครเมียเพิ่ม แลกการสงบศึก
จากบทสัมภาษณ์ของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กับนิตยสารไทม์เมื่อวันที่ 25 เมษายน ในเรื่องข้อตกลงสันติภาพ โดยกล่าวว่า “ไครเมียต้องอยู่กับรัสเซีย เซเลนสกีเข้าใจสิ่งนี้ และทุกคนเข้าใจว่าไครเมียอยู่กับรัสเซียมาเป็นเวลานาน” สร้างความตกใจแก่เจ้าหน้าที่รัฐของยูเครนจำนวนมาก โดยได้เน้นย้ำว่า จะไม่ยอมรับการละทิ้งดินแดนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องเสียไครเมียให้กับรัสเซียอย่างน้อยเป็นเวลาชั่วคราว
โอล์คซานเดอร์ เมเรซโค (Oleksandr Merezkho) สภาวุฒิสภาของยูเครนกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่ได้มีค่าอะไร เราจะไม่ยอมรับให้ไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย” ซึ่งหากยูเครนสละไครเมียทิ้งอย่างเป็นทางการนั้นไม่ใช่การยอมเสียพื้นที่แบบชั่วคราว แต่เป็นให้ยอมยกไครเมียให้กับรัสเซียถาวร ถือเป็นการทิ้งความหวังที่ยูเครนจะสามารถชิงไครเมียกลับคืนมา
อย่างไรก็ดี ประชาชนชาวยูเครนส่วนใหญ่เข้าใจดีว่า การยอมสละดินแดนเป็นส่วนหนึ่งของการสงบศึก เพราะความสามารถของยูเครนในการยึดไครเมียกลับมาด้วยกำลังทหารนั้นไม่เพียงพอ ขณะที่ผลโพลหลายชิ้นชี้ว่า มีชาวยูเครนเพิ่มขึ้นที่ยอมรับการแลกเปลี่ยนเพื่อให้สงครามจบลง
ด้าน นายวิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ได้กล่าวกับบีซีซีว่า ยูเครนอาจจำเป็นต้องยอมสละบางพื้นที่ชั่วคราวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพ
อีกทั้ง ก่อนที่การเจรจาสันติภาพจะเริ่มขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐของยูเครนก็ได้ให้สัมภาษณ์กับเอพีว่า อาจต้องยอมสละไครเมียและดินแดนของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครองเพื่อบรรลุข้อตกลง ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน เน้นย้ำเสมอว่า การยอมสละดินแดนอย่างเป็นทางการเป็นเส้นแดงที่ไม่สามารถข้ามได้
