โพลชี้ 100 วันแรก ‘ทรัมป์’ คะแนนนิยมดิ่งเหว ต่ำสุดรอบ 70 ปี
ผลสำรวจคะแนนนิยมของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังดำรงตำแหน่งวาระที่ 2 ครบ 100 วันที่จัดทำโดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นชี้ว่า ทรัมป์มีคะแนนนิยมเพียง 41% ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนนิยมที่ต่ำที่สุดในบรรดาประธานาธิบดีที่เพิ่งได้รับเลือกในช่วง 100 วันแรกเกือบ 7 ทศวรรษ นับตั้งแต่ยุคอดีตประธานาธิบดีดไวต์ ไอเซนฮาวร์ ทั้งยังต่ำกว่าในช่วงเวลาเดียวกันที่เขาดำรงตำแหน่งสมัยแรกด้วย
การยอมรับในตัวทรัมป์ลดลงเรื่อยๆ โดยล่าสุดมีเพียง 22% เท่านั้นที่บอกว่าพวกเขา “เห็นด้วยอย่างยิ่ง” กับการทำหน้าที่ของทรัมป์ ซึ่งถือเป็นการยอมรับที่ต่ำที่สุดครั้งใหม่ โดยมีผู้ที่บอกว่า “ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง” ถึง 45% ซึ่งมากกว่าผู้ที่ให้การยอมรับถึงสองเท่า
ขณะที่มุมมองจากพรรคการเมืองยังคงแบ่งขั้วอย่างชัดเจน โดย พรรครีพับลิกัน 86% ยังคงเห็นชอบกับการทำงานของทรัมป์ และ 93% ของ พรรคเดโมแครต ไม่เห็นชอบ อย่างไรก็ดี ในกลุ่มนักการเมืองอิสระ คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงเหลือ 31% เท่ากับจุดต่ำที่สุดของเขาในสมัยแรกในกลุ่มดังกล่าว และใกล้เคียงกับคะแนนนิยมของเขาในเดือนมกราคม 2021
ผลสำรวจพบว่าการยอมรับต่อประธานาธิบดีทรัมป์ตกต่ำและลดลงในแทบทุกประเด็นสำคัญที่เขาพยายามผลักดันและแก้ไขขณะดำรงตำแหน่ง เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อความสามารถของทรัมป์ในการจัดการกับประเด็นเหล่านั้นก็ลดลงด้วย
คะแนนนิยมของทรัมป์ในประเด็นเศรษฐกิจลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม หลังจากแผนการขึ้นภาษีศุลกากรของเขาทำให้ตลาดหุ้นผันผวนและทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น
ในประเด็น เงินเฟ้อ คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลง 9 จุด เหลือ 35% และในเรื่อง ภาษีศุลกากร ก็ลดลง 4 จุด เหลือ 35% คะแนนนิยม ด้านการบริหารเศรษฐกิจ โดยรวมลดลง 5 จุด เหลือ 39% ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำสุดในอาชีพการเมืองของเขา โดยคะแนนนิยมของทรัมป์เคยแตะจุดต่ำสุดนี้ 2 ครั้งในการดำรงตำแหน่งสมัยแรก มีเพียงประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 52% เท่านั้นที่แสดงความเชื่อมั่นว่าเขาสามารถจัดการกับเศรษฐกิจได้ ซึ่งลดลงถึง 13 จุดเมื่อเทียบกับผลสำรวจของซีเอ็นเอ็นเมื่อเดือนธันวาคม
หลังจากความพยายามอย่างกว้างขวางในการปรับโครงสร้างบุคลากรของรัฐบาลกลาง คะแนนนิยมของทรัมป์ในการบริหารรัฐบาลกลางก็ลดลง 6 จุดตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยมีผู้สนับสนุนที่ 42% และมีเพียง 46% เท่านั้นที่แสดงความเชื่อมั่นว่าทรัมป์จะสามารถแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมเข้าตำแหน่ง ซึ่งลดลง 8 จุดตั้งแต่เดือนธันวาคม น้อยกว่าครึ่งหนึ่งหรือ 43% มองว่าการกระทำของทรัมป์เป็นการปฏิรูปที่ถือว่ามีความจำเป็นในวอชิงตัน ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือ 57% มองว่าแนวทางของทรัมป์ในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีทำให้ประเทศตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
การดำเนินนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการแสดงท่าทีที่เป็นมิตรมากขึ้นต่อรัสเซียในการทำสงครามกับยูเครนและการยุติโครงการช่วยเหลือต่างประเทศหลายโครงการ ได้รับเสียงคัดค้านจากคนส่วนใหญ่เช่นกัน โดยมีผู้เห็นด้วย 39% และไม่เห็นด้วย 60% ผู้ตอบแบบสอบถามครึ่งหนึ่งบอกว่าพวกเขามีความมั่นใจมากหรือค่อนข้างมั่นใจในความสามารถของทรัมป์ในการจัดการกิจการต่างประเทศ ซึ่งลดลงจาก 55% ก่อนที่เขาจะเข้ารับตำแหน่ง
แม้แต่ในเรื่อง การอพยพเข้าเมือง ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งของทรัมป์ ผลสำรวจยังพบว่าคะแนนความยอมรับและความเชื่อมั่นในการดำเนินการของทรัมป์ก็ลดลง โดยรวมแล้วมีผู้เห็นด้วย 45% ลดลง 6 คะแนนจากเดือนมีนาคม และ 53% แสดงความเชื่อมั่นในความสามารถของทรัมป์ในการจัดการกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งลดลงจาก 60% ในเดือนธันวาคม
ทรัมป์ได้รับคะแนนบวกเพียงเล็กน้อยในประเด็นเดียวที่มีการสำรวจ นั่นคือ การจัดการกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ทางเพศและบุคคลข้ามเพศ โดยรวมแล้ว 51% เห็นชอบกับการจัดการของทรัมป์ รวมถึง 90% ของพรรครีพับลิกัน 48% ของกลุ่มอิสระ และ 16% ของพรรคเดโมแครต

