หน้าแรก ต่างประเทศ ทรัมป์จ่อลดผล...

ทรัมป์จ่อลดผลกระทบภาษีนำเข้ารถยนต์ รมว.พณ.มะกันโว ชัยชนะสำคัญนโยบายการค้า

29.04.25 | 09:09 น.
AP

ทรัมป์จ่อลดผลกระทบภาษีนำเข้ารถยนต์ รมว.พณ.มะกันโว ชัยชนะสำคัญนโยบายการค้า

นายฮาวเวิร์ต ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ระบุผ่านแถลงการณ์ที่ออกโดยทำเนียบขาวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากภาษีนำเข้ารถยนต์ในวันที่ 29 เมษายนนี้

ลุตนิกระบุว่า รัฐบาลจะผ่อนปรนภาษีบางรายการที่กำหนดไว้กับชิ้นส่วนรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งใช้ในการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ และจะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการเรียกเก็บภาษีซ้อนกับรถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศด้วย

รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐกล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังสร้างความร่วมมือที่สำคัญกับทั้งผู้ผลิตรถยนต์ภายในประเทศ และแรงงานชาวอเมริกันจำนวนมากของเรา

“ข้อตกลงนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับนโยบายการค้าของประธานาธิบดี เพราะเป็นการให้รางวัลแก่บริษัทที่ผลิตภายในประเทศ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้แก่ผู้ผลิตที่แสดงเจตจำนงจะลงทุนในอเมริกาและขยายการผลิตภายในประเทศไปพร้อมๆ กัน” ลุตนิกระบุ

Advertisement

ทั้งนี้ วอลล์สตรีทเจอร์นัลเป็นสื่อแรกที่รายงานความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว การเคลื่อนไหวของรัฐบาลมีขึ้นหลังจากที่หนึ่งวันก่อนหน้านี้ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐ กล่าวว่า พวกเขาคาดหวังว่าทรัมป์จะออกมาตรการผ่อนปรนภาษีรถยนต์ก่อนเดินทางไปมิชิแกน ซึ่งเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตรถยนต์ดีทรอยต์ 3 รายและซัพพลายเออร์รถยนต์รายใหญ่กว่า 1,000 ราย

ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มพันธมิตรอุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐเรียกร้องให้ทรัมป์ไม่เรียกเก็บภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ 25% โดยเตือนว่าภาษีดังกล่าวจะทำให้ยอดขายรถยนต์ลดลงและทำให้ราคารถสูงขึ้น

“ภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์จะทำให้ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ทั่วโลกเกิดการสับสนและส่งผลให้เกิดผลกระทบแบบโดมิโนซึ่งจะส่งผลให้ราคาชิ้นส่วนรถยนต์สูงขึ้นสำหรับผู้บริโภค ยอดขายที่ตัวแทนจำหน่ายลดลง และจะทำให้การซ่อมบำรุงและซ่อมแซมรถยนต์มีราคาแพงขึ้นและคาดเดาได้ยากขึ้น” กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ระบุ

จดหมายจากกลุ่มที่เป็นตัวแทนของ General Motors, Toyota Motor, Volkswagen, Hyundai และกลุ่มอื่นๆ ถูกส่งถึง เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และลุตนิกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

จดหมายยังบอกด้วยว่า ซัพพลายเออร์รถยนต์ส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลประโยชน์จากการหยุดชะงักที่เกิดจากภาษีนำเข้าอย่างกะทันหัน หลายๆ รายอยู่ในภาวะเดือดร้อนอยู่แล้วและจะต้องเผชิญกับการหยุดการผลิต การเลิกจ้าง และการล้มละลาย และความล้มเหลวของซัพพลายเออร์เพียงรายเดียวก็ทำให้สายการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ต้องปิดตัวลงได้

ทรัมป์เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าเขาวางแผนที่จะเรียกเก็บภาษี 25% จากชิ้นส่วนรถยนต์ไม่เกินวันที่ 3 พฤษภาคม ก่อนที่ลุตนิกประกาศมาตรการผ่อนปรนดังกล่าวในที่สุด