‘ฮาร์วาร์ด’ ปฏิรูปมหาวิทยาลัย หลังเผยรายงานภายในปมต่อต้านยิว-อาหรับ
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐ ได้ออกมาให้คำมั่นว่าจะทบทวนนโยบายการรับนักศึกษาและคอร์สเรียนเพิ่มเติม หลังมีรายงานภายในของทางมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการต่อต้านชาวยิวและต่อต้านชาวอาหรับภายในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลังเกิดเหตุการณ์ประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ภายในมหาวิทยาลัยเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีที่แล้ว
นายอลัน การ์เบอร์ ประธานมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้จัดตั้งคณะกรรมการ 2 ชุดเพื่อศึกษาการต่อต้านชาวยิวและชาวมุสลิมภายในมหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้ว โดยรายงานฉบับเสร็จสิ้นมีความยาวมากกว่า 500 หน้าและมีข้อเสนอแนะหลายประการ ล่าสุด มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่าจะนำข้อเสนอแนะบางส่วนมาปรับใช้ เช่นอาจมีการปรับปรุงเรื่องการรับนักศึกษา การจ้างงาน และกฎระเบียบ
ฮาร์วาร์ดเปิดเผยว่าจะทบทวนขั้นตอนการรับนักศึกษาเพื่อให้แน่ใจว่าผู้สมัครเรียนจะได้รับการประเมินโดยพื้นฐานของความสามารถของเขาในการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์กับมุมมองที่แตกต่าง แสดงความคิดเห็นด้วยความเข้าอกเข้าใจ นอกจากนั้นเพื่อแก้ไขเสียงวิจารณ์ว่าการเรียนการสอนของฮาร์วาร์ดมีความเป็นการเมืองและต่อต้านอิสราเอลมากเกินไป ฮาร์วาร์ดระบุว่าจะทำให้ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานที่ยอดเยี่ยม โดยคณบดีจะทำให้แน่ใจว่าคณะต่างๆ จะส่งเสริมการเปิดกว้างทางปัญญาและงดเว้นการแสดงจุดยืนทางการเมืองที่อาจทำให้นักศึกษารู้สึกกดดันให้ต้องแสดงความสนับสนุนต่อพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง
นอกจากนั้น ฮาร์วาร์ดจะทบทวนคอร์สการเรียนและหลักสูตรของตัวเองเช่นกัน รวมถึงจะมีการฝึกสอนให้ความรู้เรื่องการต่อต้านชาวยิวให้กับนักเรียนและเจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกับจะมีคอร์สเรียนเพิ่มเติมในเรื่องชาวฮิบรู ยูดาห์ อาหรับ และอิสลามศึกษา ฮาร์วาร์ดจะอัดฉีดเงินให้กับโครงการวิจัยเรื่องการต่อต้านชาวยิว ตลอดจนการศึกษาภาพรวมทางประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิม อาหรับ และปาเลสไตน์ภายในมหาวิทยาลัย การ์เบอร์กล่าวว่าฮาร์วาร์ดจะเร่งความพยายามในการส่งเสริมทัศนคติที่หลากหลายภายในมหาวิทยาลัย
การเผยแพร่รายงานดังกล่าวของฮาร์วาร์ดมีขึ้นในวันที่ 29 เมษายน หลังจากที่ฮาร์วาร์ดมีความขัดแย้งกับรัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้มีความเปลี่ยนแปลงหลายประการภายในมหาวิทยาลัยโดยอ้างว่ามาจากการต่อต้านชาวยิวภายในฮาร์วาร์ด ทำให้รัฐบาลระงับงบประมาณมูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับฮาร์วาร์ด ทำให้ทางมหาวิทยาลัยออกมาฟ้องร้องรัฐบาลสหรัฐในเวลาต่อมา
การ์เบอร์กล่าวว่า ฮาร์วาร์ดได้มีการปรับเปลี่ยนที่จำเป็นและมีความคืบหน้าที่สำคัญตลอดช่วงปีที่แล้ว แต่ให้คำมั่นว่าทางมหาวิทยาลัยจะมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม รวมถึงเพิ่มความพยายามเป็น 2 เท่าเพื่อให้แน่ใจว่ามหาวิทยาลัยจะเป็นสถานที่ที่มีการเปิดรับไอเดียต่างๆ มีการโต้แย้งเพื่อค้นหาความจริง

