หน้าแรก ต่างประเทศ ไม่เบามือ! ยู...

ไม่เบามือ! ยูเครนอ้าง รัสเซียส่งโดรน 150 ลำถล่ม สกัดได้กว่าครึ่งร้อย ทำปชช.เจ็บหลายสิบ

2.05.25 | 14:07 น.
ภาพเผยแพร่โดยกระทรวงภาวะฉุกเฉินของยูเครนแสดงให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยูเครนระดมฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกไหม้อพาร์ทเมนต์หลังหนึ่งหลังจากถูกรัสเซียโจมตี ในเมืองโอเดสซา ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม (เอพี)

ไม่เบามือ! ยูเครนอ้าง รัสเซียส่งโดรน 150 ลำถล่ม สกัดได้กว่าครึ่งร้อย ทำปชช.เจ็บหลายสิบ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์และเอพีรายงานว่า กองทัพอากาศยูเครนแถลงว่ารัสเซียได้ส่งโดรน 150 ลำ โจมตีหลายพื้นที่ของยูเครน ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ในจำนวนนี้กองทัพอากาศยูเครนสามารถยิงทำลายโดรนรัสเซียร่วง 64 ลำ และอีก 62 ลำไม่สามารถโจมตีเป้าหมายในยูเครนได้ อย่างไรก็ดี กองทัพยูเครนไม่ได้อ้างถึงโดรนรัสเซียที่เหลืออีกประมาณ 24 ลำว่าเป็นเช่นไร

ด้านนายอิวาน เฟโดรอฟ ผู้ว่าการเมืองซาปอริซเซีย ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน กล่าวว่า โดรนลำหนึ่งของรัสเซียได้โจมตีอาคารในเมืองซาปอริซเซีย ที่จุดไฟลุกไหม้อาคารหลาย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 29 ราย นอกจากนี้ บ้านเรือนประชาชน และอพาร์ทเมนต์สูง 10 ชั้นหลังหนึ่ง อาคารหลายหลัง สถาบันการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่ง ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีครั้งล่าสุด

อาคารหลังหนึ่งที่ไฟกำลังโหมลุกไหม้หลังจากถูกรัสเซียส่งโดรนโจมตี ในเมืองซาปอริซเซีย เมื่อคืนวันที่ 1 พฤษภาคม (รอยเตอร์)

ภาพเหตุการณ์ที่มีการแชร์ลงโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารหลังหนึ่งอย่างรุนแรง ขณะหน่วยกู้ภัยระดมกำลังตรวจดูความเสียหายในอาคารหลายแห่ง เพื่อช่วยเหลือผู้อาจติดอยู่ภายในอาคาร โดยในคลิปหนึ่งแสดงให้เห็นว่าสามารถช่วยเหลือชายที่ได้รับบาดเจ็บออกมาได้อย่างปลอดภัย 1 ราย

ด้านบริษัท อุคซาลิซนิตเซีย ผู้ดำเนินงานทางรถไฟของยูเครน ระบุว่าการโจมตีดังกล่าวของรัสเซียได้สร้างความเสียหายให้กับโรงซ่อมหัวรถจักรรถไฟด้วย

Advertisement
รอยเตอร์

การโจมตีอย่างดุเดือดดังกล่าวยังเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐและยูเครนได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยแร่หายากระหว่างกัน ซึ่งข้อตกลงนี้จะทำให้รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าถึงแหล่งแร่หายากในยูเครนได้ รวมถึงการตั้งกองทุนร่วมเพื่อการลงทุนฟื้นฟูยูเครนจากสงคราม

สำหรับรัฐบาลยูเครน ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับทำเนียบขาวภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศสั่นคลอนหลังจากที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม โดยยูเครนหวังว่าข้อตกลงนี้จะช่วยให้สหรัฐยัง
คงให้การสนับสนุนด้านความมั่นคงต่อยูเครนในการป้องกันประเทศจากรัสเซียต่อไป