หน้าแรก ต่างประเทศ ออสเตรเลีย-นิ...

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ พร้อมช่วยวงการภาพยนตร์ประเทศตัวเอง หลังทรัมป์จ่อคิดภาษีหนังต่างชาติ

5.05.25 | 15:02 น.
REUTERS

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ พร้อมช่วยวงการภาพยนตร์ประเทศตัวเอง หลังทรัมป์จ่อคิดภาษีหนังต่างชาติ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ประกาศว่าจะสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศตัวเอง หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศว่าจะคิดภาษี 100% แก่ภาพยนตร์ที่ผลิตในต่างประเทศที่เข้าฉายในสหรัฐ

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้กลายเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและได้รับการอุดหนุนทางด้านภาษีจากทั้งรัฐบาลกลางและรัฐนั้นๆ

ทำให้ทรัมป์ประกาศว่า มาตรการอุดหนุนของประเทศต่างๆ ที่ล่อให้ผู้ผลิตภาพยนตร์ไปถ่ายทำภาพยนตร์ของสหรัฐที่นั่นทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอเมริกาถดถอยอย่างรวดเร็ว จึงสั่งการให้เริ่มกระบวนการคิดภาษี 100% แก่ภาพยนตร์ที่มีโปรดักชั่นในต่างประเทศและส่งกลับมาฉายในอเมริกา

นายโทนี เบิร์ก รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลียกล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับหัวหน้าหน่วยงานรัฐบาลที่ชื่อ Screen Australia ซึ่งมอบเงินทุนสนับสนุนการพัฒนา โปรดักชั่น และการตลาดในการผลิตภาพยนตร์ สื่อดิจิทัลของออสเตรเลีย เบิร์กกล่าวว่ารัฐบาลจะยึดมั่นต่อสู้เพื่อสิทธิของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของออสเตรเลีย

Advertisement

ด้านคริสโตเฟอร์ ลัคซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์กล่าวว่า รัฐบาลจะรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีภาพยนตร์ต่างชาติของสหรัฐ แต่แน่นอนว่ารัฐบาลนิวซีแลนด์จะสนับสนุนและให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศ

อุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ของออสเตรเลียมีมูลค่ามากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 85,356 ล้านบาท ในปี 2022 ด้านรัฐบาลออสเตรเลียได้อนุมัติเงินอุดหนุนทางด้านภาษีมูลค่า 540 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียนับตั้งแต่ปี 2019 เพื่อดึงดูดภาพยนตร์ให้มาถ่ายทำที่ออสเตรเลีย โดยมีภาพยนตร์อาทิ Thor: Love and Thunder ของค่ายมาร์เวล และ The Fall Guy ของค่ายยูนิเวอร์แซล ถ่ายทำที่ออสเตรเลียและส่งไปฉายที่สหรัฐ

ส่วนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของนิวซีแลนด์ผลิตเม็ดเงิน 3,500 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือ 66,162 ล้านบาทต่อปี โดยรายได้ราว 1 ใน 3 มาจากสหรัฐอเมริกา ตามข้อมูลจากกระทรวงต่างประเทศนิวซีแลนด์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา