ปากีสถานอ่วม อินเดียประกาศยุติส่งน้ำข้ามประเทศ มะกันวอนใจเย็น
นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ประกาศเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมว่า อินเดียหยุดการส่งน้ำข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ โดยเขาระบุว่า “ตอนนี้ น้ำของอินเดียจะไหลเพื่อประโยชน์ของอินเดีย จะถูกเก็บรักษาไว้เพื่อประโยชน์ของอินเดีย และจะถูกใช้เพื่อการพัฒนาของอินเดีย”
แม้ผู้นำอินเดียจะไม่ได้เอ่ยถึงชื่อปากีสถานโดยตรง แต่คำพูดของเขาก็มีขึ้นราวสองสัปดาห์หลังจากที่อินเดียประกาศระงับสนธิสัญญาแบ่งปันน้ำที่ดำเนินมาอย่างยาวนานถึง 65 ปีกับประเทศเพื่อนบ้าน
ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับปากีสถานเสื่อมถอยลงอย่างรุนแรง หลังเกิดเหตุโจมตีนักท่องเที่ยวในแคชเมียร์ ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อเดือนที่แล้ว โดยอินเดียกล่าวหาว่าปากีสถานสนับสนุนการก่อการร้ายข้ามพรมแดน ซึ่งอิสลามาบัดปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
แม่น้ำหลายสายไหลจากอินเดียเข้าสู่ปากีสถาน โดยส่งน้ำที่จำเป็นต่อภาคเกษตรกรรมประมาณ 80% ของปากีสถาน ขณะที่ผู้นำปากีสถานเคยเตือนว่า ความพยายามใดๆ ที่จะหยุดการไหลของน้ำจะถือเป็นการกระทำที่เทียบเท่ากับสงคราม
สนธิสัญญาสินธุ วอเตอร์ส (Indus Waters Treaty – IWT) ที่ลงนามเมื่อปี 1960 กำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งปันนำในแม่น้ำ 6 สายในลุ่มแม่น้ำสินธุระหว่างอินเดียกับปากีสถาน สนธิสัญญานี้ยังคงมีผลบังคับใช้แม้จะเกิดสงคราม 2 ครั้งระหว่างสองประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์ และเคยถูกยกย่องว่าเป็นตัวอย่างของการจัดการทรัพยากรน้ำข้ามพรมแดน
การระงับสนธิสัญญาดังกล่าวโดยโมดี เป็นหนึ่งในมาตรการตอบโต้หลายประการต่อปากีสถาน หลังเกิดเหตุโจมตีในแคชเมียร์ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 26 คน
นายกรัฐมนตรีโมดีไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า อินเดียมีแผนใช้น้ำส่วนเกินนี้อย่างไร ด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า อินเดียจำเป็นต้องสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และทะเลสาบเพิ่มเพื่อเก็บกักน้ำ ซึ่งต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง
สถานการณ์ที่ทวีความตึงเครียดนี้ทำให้สหรัฐอเมริกาออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใจเย็นอีกครั้ง
แทมมี่ บรูซ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า เรายังคงเรียกร้องให้ปากีสถานและอินเดียทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อหาทางแก้ปัญหาอย่างมีความรับผิดชอบ ที่จะคงไว้ซึ่งสันติภาพระยะยาวและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียใต้

