เซเลนสกีพร้อมคุยตรงปูติน รัสเซียต้องหยุดยิงไม่มีเงื่อนไข 12 พ.ค. ตามมติผู้นำยุโรป-สหรัฐ
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่า ยูเครนพร้อมที่จะเข้าร่วมการเจรจาโดยตรงกับรัสเซียตามข้อเสนอของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน หากรัสเซียยืนยันว่าจะทำการหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคมนี้เท่านั้น
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม เซเลนสกีได้รับแรงหนุนจากผู้นำยุโรปและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ให้มีการหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นเวลา 30 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่จะถึงนี้ ด้านประธานาธิบดีปูตินตอบกลับในเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม เสนอที่จะเจรจาตรงกับรัฐบาลยูเครน ในวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ประเทศตุรกี
เซเลนสกีโพสต์ข้อความบน X ว่า “เป็นสัญญาณบวกที่ในที่สุดรัสเซียก็เริ่มพิจารณาที่จะยุติสงคราม และก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของการยุติสงครามอย่างแท้จริง ก็คือการหยุดยิง ไม่มีเหตุผลใดที่จะยังคงเข่นฆ่ากันต่อไปแม้แต่วันเดียว เราคาดหวังว่ารัสเซียจะยืนยันการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ ถาวร และเชื่อถือได้ เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ 12 พฤษภาคม และยูเครนพร้อมสำหรับการเจรจา”
อันดรีย์ เยอร์มัค หัวหน้าคณะทำงานของเซเลนสกี ระบุผ่าน Telegram ว่าสิ่งแรกที่ต้องเกิดขึ้นคือการหยุดยิง จากนั้นจึงค่อยว่ากันเรื่องอื่น และว่า รัสเซียไม่ควรใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือเพื่อปกปิดความประสงค์ที่จะทำสงครามต่อไป
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้นำหลายชาติในยุโรปและประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศสนับสนุนการหยุดยิงในยูเครนโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นเวลา 30 วัน พร้อมขู่ว่าปูตินจะต้องเจอกับมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่หากไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว
ผู้นำอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ และยูเครน กำหนดเริ่มต้นวันหยุดยิงในการประชุมที่กรุงเคียฟ โดยมีการโทรศัพท์หารือกับทรัมป์ระหว่างนั้น ขณะที่เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า “พวกเราทุกคนที่นี่รวมทั้งสหรัฐกำลังเรียกร้องให้ปูตินหยุดยิง หากเขาจริงจังกับสันติภาพ เขาก็มีโอกาสที่จะแสดงให้เห็น ไม่มีคำว่าถ้าหรือแต่ และต้องไม่มีเงื่อนไขรวมถึงความล่าช้าอีกต่อไป”
ไม่นานหลังจากคำประกาศของผู้นำยุโรป รัสเซียก็ออกมาแสดงท่าทีดูแคลนข้อเสนอดังกล่าว โดยนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย กล่าวว่า เราได้ยินคำแถลงมากมายที่ขัดแย้งกันจากฝั่งยุโรป โดยทั่วไปแล้วถ้อยคำเหล่านั้นมีลักษณะเป็นการเผชิญหน้ามากกว่าจะมุ่งหวังให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเรา
ขณะที่สำนักข่าว TASS ของรัสเซีย รายงานคำพูดของเปสคอฟเพิ่มเติมว่า รัสเซียจะพิจารณาข้อเสนอการหยุดยิง ในขณะที่มอสโกก็มีจุดยืนของตนเอง
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวว่า หากเกิดการละเมิดการหยุดยิง จะมีการจัดทำมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ โดยประสานงานระหว่างยุโรปและสหรัฐ
ทั้งนี้ ทรัมป์ไม่ได้แสดงความเห็นต่อคำพูดของผู้นำยุโรปทันที แต่เขาแสดงความผิดหวังกับสิ่งที่สหรัฐมองว่าเป็นการล่าช้าของปูตินเกี่ยวกับการหยุดยิง
อย่างไรก็ดี หากทำเนียบขาวกำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่กับรัสเซีย จะถือได้ว่าสหรัฐกลับมาแสดงการสนับสนุนยุโรปตะวันตกมากขึ้น หลังจากในช่วงที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายตึงเครียดจากการกำหนดภาษีศุลกากรของทรัมป์ และการที่ทรัมป์ระบุว่าเขาจะไม่ปกป้องพันธมิตรในองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ตั้งงบประมาณด้านการป้องกันประเทศต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
ในเวลาต่อมา ผู้นำประเทศต่างๆ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมสรุปเนื้อหาของข้อเสนอหยุดยิง 30 วัน โดยระบุว่า วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อเปิดทางให้กับการทูต โดยพวกเขาได้ยินดีกับการสนับสนุนข้อเสนอจากทั้งยุโรปและสหรัฐ และว่า หากรัสเซียพยายามตั้งเงื่อนไข จะถือเป็นความพยายามในการยืดเวลาในการทำสงครามและบ่อนทำลายความพยายามทางการทูต

