‘ทรัมป์’ เอ่ยปาก ยินดีไปปักกิ่ง คุย ‘สี จิ้นผิง’ ชี้สัมพันธ์ ‘สหรัฐ-จีน’ สำคัญ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ออกอากาศเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เขายินดีที่จะเดินทางไปประเทศจีนเพื่อพบปะพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศและประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจต่างๆ
“แน่นอนผมจะไป” ทรัมป์กล่าวเมื่อถูกถามว่าเขาต้องการไปเยี่ยมเยือนประธานาธิบดีสีในภารกิจเยือนต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมด้วยการย้ำว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐนั้น”สำคัญ”
ประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 2 ได้แสดงความกระตือรือร้นที่จะพูดคุยกับผู้นำจีนมาหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกันทรัมป์กล่าวคาดหมายว่าเขาและผู้นำจีนอาจจะได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ หลังจากที่ผู้ช่วยของพวกเขาทั้งสองได้เจรจายุติสงครามการค้าชั่วคราว หลังจากทรัมป์เป็นผู้จุดชนวนขึ้นด้วยประกาศมาตรการภาษีต่างตอบแทนในการตอบโต้ประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะชาติคู่แข่งและประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐ โดยรัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนสูงลิ่วถึง 145% ส่งผลให้จีนตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐ 125% เช่นกัน
ก่อนเมื่อเร็วๆ นี้ทั้งสองชาติจะตกลงลดอัตราภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าของอีกฝ่ายลง 115% เป็นเวลา 90 วัน หมายความว่าอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐที่คิดแก่สินค้านำเข้าจากจีนจะลดลงเหลือ 30% ส่วนอัตราภาษีศุลกากรที่จีนคิดต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐจะลดเหลือ 10%
บลูมเบิร์กระบุว่าแม้ทรัมป์จะส่งสัญญาณถึงความกระตือรือร้นที่จะติดต่อพูดคุยกับผู้นำจีน แต่ทรัมป์ก็แสดงให้เห็นว่าการเยือนซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปนั้นออกแบบมาเพื่อให้ประเทศต่างๆ อยู่นอกเหนือขอบเขตอิทธิพลของจีน โดยทรัมป์กล่าวถึงทั้ง 3 ชาติในอ่าวอาหรับว่า พวกเขาจะไปจีนและจีนเป็นผู้ปกครองของพวกเขาซึ่งนั่นจะไม่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวย้ำด้วยว่าทั้ง 3 ชาติในอ่าวอาหรับนี้มีความสำคัญมากที่สหรัฐต้องรักษาไว้

