‘มูดี้ส์’ หั่นเครดิตความน่าเชื่อถือสหรัฐ จาก Aaa เหลือ Aa1 เหตุหนี้สาธารณะบาน-ขาดดุลงบประมาณพุ่ง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม มูดี้ส์ (Moody’s) หนึ่งในบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อชั้นนำ ได้ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ(Credit Rating) ของสหรัฐอเมริกาลงหนึ่งขั้นจาก “Aaa” ซึ่งเป็นอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดที่มูดี้ส์เริ่มให้สหรัฐมาในปีค.ศ.1919 ลงมาอยู่ที่ระดับ “Aa1” เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นมากซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 36 ล้านล้านดอลลาร์ และการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐที่พุ่งสูงขึ้น
การประกาศลดเรตติ้งดังกล่าวของมูดี้ ถือเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายสุดท้ายในบรรดา 3 บริษัทใหญ่รวมถึง Fitch Ratings และ S&P Global Ratings ที่ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐลงไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยมูดี้ส์พิจารณาจากปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มมากขึ้นและการแบกรับภาระต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นของสหรัฐ
“รัฐบาลสหรัฐหลายสมัยตลอดจนสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงกันได้ในมาตรการที่จะพลิกกลับแนวโน้มของการขาดดุลงบประมาณรายปีจำนวนมากและต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นได้” มูดี้ส์ระบุ พร้อมกับปรับแนวโน้มที่มีต่ออันดับเครดิตสหรัฐก่อนหน้านี้จาก”เชิงลบ” กลับมาเป็น”มีเสถียรภาพ”
การหั่นเรตติ้งเครดิตสหรัฐดังกล่าวของมูดี้ส์ถูกคนวงในใกล้ชิดกับประธานาธิบดีทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยสตีเฟน มัวร์ อดีตที่ปรึกษาอาวุโสด้านเศรษฐกิจของทรัมป์และเป็นนักเศรษฐศาสตร์จากเฮอริเทจ ฟาวน์เดชั่น กล่าวให้ความเห็นถึงการตัดสินใจครั้งนี้ของมูดี้ส์ว่า ไร้สาระ โดยบอกว่า “ถ้าพันธบัตรรัฐบาลที่สหรัฐรับรองยังไม่ถือเป็นสินทรัพย์ระดับ AAA แล้วอะไรถึงจะเป็น?”
ขณะที่นายสตีเฟน เฉิง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อประจำทำเนียบขาว แสดงความไม่พอใจโดยโพสต์ลงโซเชียลมีเดียพุ่งเป้าวิจารณ์นายมาร์ก แซนดี นักเศรษฐศาสตร์ของมูดี้ส์ ด้วยการกล่าวหาว่าเขาเป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองของทรัมป์
การปรับลดอันดับดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นหลังตลาดปิด ได้ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐปรับสูงขึ้น ขณะนักวิเคราะห์มองว่าการปรับลดเครดิตดังกล่าวอาจทำให้ผู้ลงทุนชะลอการลงทุนเมื่อตลาดเปิดทำการซื้อขายปกติอีกครั้งในวันจันทร์นี้

