รัสเซียส่งโดรนถล่มยูเครนครั้งใหญ่ ก่อนทรัมป์คุยปูตินวันนี้ เซเลนสกีเฝ้าเข้าโป๊ป
ยูเครนระบุว่า รัสเซียได้เปิดฉากถล่มยูเครนด้วยการส่งโดรน 273 ลำโจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครน ในวันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่มีการทำสงครามระหว่างกัน ทำให้บ้านเรือนเสียหายและมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหนึ่งวันก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เกี่ยวกับข้อเสนอหยุดยิงและการยุติสงคราม
หน่วยข่าวกรองของยูเครนระบุด้วยว่า เชื่อว่ารัสเซียตั้งใจจะยิงขีปนาวุธข้ามทวีปในช่วงบ่ายวันเดียวกันเพื่อข่มขู่โลกตะวันตก แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองของรัสเซียต่อข้อกล่าวหานี้ และไม่มีการยิงขีปนาวุธข้ามทวีปเกิดขึ้นตามที่หน่วยข่าวกรองยูเครนกล่าวอ้างแต่อย่างใด
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ซึ่งพยายามฟื้นความสัมพันธ์กับสหรัฐหลังจากการเยือนทำเนียบขาวที่ล้มเหลวในเดือนกุมภาพันธ์ที่ล้มเหลว ได้พบกับเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่กรุงโรมเมื่อวันอาทิตย์ ระหว่างพิธีสถาปนาสมณศักดิ์ของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ
เซเลนสกีกล่าวว่า การพบปะกันครั้งนี้เป็นไปด้วยดี พร้อมเผยภาพเจ้าหน้าที่ยูเครนและสหรัฐนั่งประชุมกลางแจ้งด้วยท่าทีเป็นมิตร โดยสื่อยูเครนรายงานว่าการพบปะกันดังกล่าวนานราว 40 นาที
ผู้นำยูเครนยังได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 โดยเขาได้ย้ำว่า ยูเครนพร้อมที่จะดำเนินการทางทูตอย่างจริงจัง และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบและไม่มีเงื่อนไขโดยเร็วที่สุด
ด้านผู้นำอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และโปแลนด์ วางแผนที่จะพูดคุยกับทรัมป์ก่อนที่เขาจะหารอกับผู้นำรัสเซียในวันจันทร์นี้ ตามคำกล่าวของฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ทั้งนี้ ผู้นำยุโรปทั้ง 4 คนเพิ่งเดินทางเยือนเคียฟเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเรียกร้องให้ทรัมป์สนับสนุนการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ตอบหลังถูกถามว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียว่า “นั่นขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีทรัมป์ ผมคิดว่าเราต้องรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อทั้งสองได้หารือกัน ประธานาธิบดีทรัมป์พูดชัดเจนมากว่า หากประธานาธิบดีปูตินไม่เจรจาอย่างจริงใจ สหรัฐจะไม่ลังเลในการเพิ่มการคว่ำบาตรรัสเซียร่วมกับพันธมิตรยุโรปของเรา”
เมื่อวันศุกร์ที่16 พฤษภาคม ยูเครนและรัสเซียได้ทำการเจรจาตรงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี ภายใต้แรงกดดันจากทรัมป์ที่ต้องการผลักดันการหยุดยิงโดยเร็ว ทั้งสองฝ่ายตกลงแลกเปลี่ยนเชลยฝั่งละ 1,000 คน แต่ไม่สามารถตกลงเงื่อนไขการหยุดยิงได้ โดยผู้แทนฝ่ายยูเครนระบุว่า ข้อเสนอของรัสเซียเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง
เซเลนสกีกล่าวว่า เขาพร้อมจะรับข้อเสนอของทรัมป์ในการหยุดยิงทันที เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วันโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะที่รัสเซียกล่าวว่าจะพิจารณาการหยุดยิง ก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขบางประการ รวมถึงการยุติการส่งอาวุธให้ยูเครน
รัสเซียยังระบุด้วยว่าการเจรจาสันติภาพใดๆ จะต้องพูดถึงต้นเหตุของความขัดแย้ง ซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องให้ยูเครนยกดินแดน ยุติการติดอาวุธ และประกาศสถานะเป็นกลาง ซึ่งยูเครนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด โดยระบุว่านั่นคือการยอมจำนนและทำให้ยูเครนไร้ทางสู้เพราะไม่สามารถป้องกันตัวเองได้

