หน้าแรก ต่างประเทศ ‘อังกฤษ-ยุโรป...

‘อังกฤษ-ยุโรป’ ลงนามข้อตกลงความมั่นคง-การค้า นายกฯ ผู้ดีลั่นเป็นยุคใหม่หลังเบร็กซิต

20.05.25 | 12:02 น.
AP

‘อังกฤษ-ยุโรป’ ลงนามข้อตกลงความมั่นคง-การค้า นายกฯ ผู้ดีลั่นเป็นยุคใหม่หลังเบร็กซิต

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ลงนามข้อตกลงทั้งในด้านความมั่นคงและการค้า ส่งผลให้ข้อจำกัดทางการส่งออกอาหารและการเข้าประเทศของประชาชนของสหราชอาณาจักรนั้นลดลง ทั้งสองฝ่ายยังได้บรรลุข้อตกลงการประมงที่จะทำให้เรือของทั้งคู่สามารถผ่านน่านน้ำของกันและกันเป็นระยะเวลา 12 ปี และตกลงที่จะดำเนินงานตามโครงการที่ทำให้เยาวชนของทั้งคู่สามารถอาศัยและทำงานในดินแดนของกันและกันได้ โดยจะมีการเจรจาในเรื่องรายละเอียดต่อไปในอนาคต อีกทั้ง ทั้งคู่กำลังอยู่ระหว่างการหารือเรื่องโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา Erasmus+ ด้วย

ในที่หารือกับ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอน และ ประธานสภายุโรป อันโตนิโอ คอสตา ที่บ้านแลงคาสเตอร์ ในกรุงลอนดอน นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่าข้อตกลงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป หลังก่อนหน้านี้สหราชอาณาจักรถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อปี 2020

รัฐบาลสหราชอาณาจักร ระบุว่า การปรับความสัมพันธ์กับคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศจะช่วยลดความยุ่งยากด้านเอกสารสำหรับผู้ผลิตสินค้าด้านการเกษตร ทำให้ราคาอาหารถูกลง ส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงาน และจะช่วยเพิ่มมูลค่าด้านเศรษฐกิจเกือบเก้าพันล้านปอนด์ภายในปี 2040 โดยขนาดเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านปอนด์

ด้าน ฟอน แดร์ ไลเอน กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับความไม่มั่นคง และเมื่อยุโรปต้องประสบกับภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดในหลายชั่วอายุคน ยุโรปต้องยืนหยัดร่วมกัน

Advertisement

มีการวิเคราะห์ว่า มาตรการภาษีต่างตอบแทน รวมถึงนโยบายอเมริกาต้องมาก่อนของรัฐบาลสหรัฐบีบบังคับให้ทั่วโลกต้องกลับมาพิจารณาความสัมพันธ์ทางด้านการค้า การป้องกันประเทศและความมั่นคง และได้ส่งผลให้นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร พยายามใกล้ชิดกับยุโรปมากขึ้น โดยสตาร์เมอร์ก็เป็นผู้ที่สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรเป็นสมาชิกในสหภาพยุโรปต่อไป ขณะที่นโยบายสำคัญของรัฐบาลคือการให้ประชาชนสามารถใช้ประตูตรวจสอบอัตโนมัติหรือ e-gate ในสนามบินยุโรปได้ด้วย

ข้อตกลงฉบับนี้ถือเป็นข้อตกลงฉบับที่ 3 ที่สหราชอาณาจักรได้ลงนามในเดือนพฤษภาคม หลังจากที่ได้บรรลุข้อตกลงกับอินเดียและสหรัฐ โดยคาดการณ์ว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจและดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ อีกทั้ง การบรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงจะทำให้สหราชอาณาจักรสามารถเข้าถึงการจัดหาอาวุธ และทำให้บริษัทในประเทศอย่างบีเออี ซิสเต็มส์, โรลส์-รอยซ์ และแบบคอด สามารถเข้าร่วมในโครงการเสริมกำลังอาวุธที่มีมูลค่าสูงถึง 150,000 ล้านยูโรได้ด้วย

อย่างไรก็ดี พรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวบีบบังคับให้สหราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของยุโรป โดย นายไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรครีฟอร์มยูเค ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดและสนับสนุนเบร็กซิตเรียกข้อตกลงนี้ว่า “การยอมจำนนที่น่าอับอาย และจุดจบของอุตสาหกรรมประมง” ขณะที่ สหพันธ์ชาวประมงสก็อตแลนด์ เรียกข้อตกลงนี้ว่า “การแสดงสยองขวัญ” เพราะว่าชาวประมงจากสหภาพยุโรปจะสามารถเข้ามาทำประมงในน่านน้ำของสหราชอาณาจักรได้